ข่าว

ประวิตร กำชับ17จว.ภาคเหนือ-หน่วยงานมั่นคงร่วมดูแลความปลอดภัย

ประวิตร กำชับ17จว.ภาคเหนือ-หน่วยงานมั่นคงร่วมดูแลความปลอดภัย

25 ธ.ค. 2560

"ประวิตร"  กำชับ 17 จังหวัด ภาคเหนือ -หน่วยงานมั่นคง บูรณาการดูแลความปลอดภัย พร้อมสร้างความโปร่งใสการทำงานให้ปชช.เชื่อมั่น

           เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม  ได้ประชุมตรวจราชการพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด ที่จังหวัดพิษณุโลก  โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ความมั่นคง จากกองทัพภาคที่ 3 และส่วนราชการในพื้นที่ ต่อจากนั้นได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของตำรวจภูธร ภาค 6 และสถานีตำรวจภูธรบ้านสวน จ.สุโขทัย

           พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ทาง พล.อ.ประวิตร ได้กำชับสั่งการให้ส่วนราชการทั้ง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ประสานกับภาคเอกชนในพื้นที่ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันให้ใกล้ชิดมากขึ้น ในการร่วมกันดูแลรักษาความสงบ ความมั่นคงและความปลอดภัย ของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด ซึ่งมีข้อมูลผลการจับกุมในพื้นที่ภาคเหนือ ปี 60 สูงกว่าปี 59 กว่า 40% และยังคงมีแหล่งผลิตนอกประเทศ จำนวน 12 แห่ง โดยปรากฎข่าวสารยาเสพติด มาพักคอยตามแนวชายแดน ยาบ้ากว่า 62 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 400 กิโลกรัม ซึ่งแนวโน้มการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ปี 61 มีมาก เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นมาตรการด้านการข่าว การสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายและเพิ่มความร่วมมือกับภาคประชาชนมากขึ้น โดยให้พยายามสืบโยงเครือข่ายถึงนายทุนรายใหญ่ให้ได้

         พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า สำหรับการดูแลประชาชนให้เน้นทำงานเชิงรุก เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในระดับพื้นที่ให้มากขึ้น ทั้งปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ปัญหาการขาดแคลนแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง โดยต้องทำด้วยความโปร่งใส ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าและต้องตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่  สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมที่ผ่านมา ให้คงความต่อเนื่องในการช่วยเหลือขั้นฟื้นฟู จนกว่าประชาชนจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุข 

 

พล.ท. กล่าวต่อว่า ได้ย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง เฝ้าระวังและร่วมกันดูแล การป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยถือเป็นวาระสำคัญเร่งด่วน ที่ต้องร่วมกันทำอย่างต่อเนื่องตลอดปี ทั้งระดับจังหวัด อำเภอและท้องถิ่น โดยต้องนำข้อมูลทางสถิติ มาวิเคราะห์จุดเสี่ยงและคุมเข้มบังคับใช้กฎหมาย ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมกับประชาชน เพื่อลดการสูญเสียของประชาชนจากอุบัติเหตุบนท้องถนนให้ได้มากที่สุด.  พร้อมกันนี้ ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับข้าราชการทุกนาย ที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อประชาชนมาโดยตลอด