ข่าว

เจ้าคณะอำเภอ ฟังชาวบ้าน สั่ง"เจ้าอาวาสวัดพระประทานพร" พ้นวัด

เจ้าคณะอำเภอ ฟังชาวบ้าน สั่ง"เจ้าอาวาสวัดพระประทานพร" พ้นวัด

24 ธ.ค. 2560

ชุมชนวัด ยื่นสอบ 5 ข้อ สุดทนตั้งผู้หญิงเป็นไวยาวัจกรนาน 17 ปี-บริหารเงินวัดไม่โปร่งใส-ปัญหาพระมั่วสุมเสพยา เจ้าคณะอำเภอสั่งย้ายวัดรอสอบ ชาวบ้านเล็งยื่น พศ.อีก

         24 ธ.ค.60 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่วัดพระประทานพร ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา "นายวิชัย ถาวรพงศ์" สมาชิกสภาเทศบาลนครแหลมฉบัง พร้อมด้วย "ชาวบ้านชุมชนวัดพระประทานพร" สุดทนต่อพฤติกรรม "พระครูวิโรจน์วิรวงศ์" เจ้าอาวาสวัดพระประทานพร ทั้งปัญหาบริหารเงินของวัดที่ไม่โปร่งใสและพระมั่วสุมเสพยา จึงรวมตัวขับไล่ให้ออกจากวัด 

        โดยนายเฉลิมวุฒิ รพีศักดิ์ ประธานชุมชนวัดพระประทานพร , คณะกรรมการชุมชน และตัวแทนชาวบ้านในละแวกวัดพระประทานพร จำนวน 10 หมู่บ้าน กว่า 200 คน ที่เข้าร่วมในการขับเจ้าอาวาสออกจากวัดในครั้งนี้ ระบุว่า ที่ผ่านมาไม่ทราบถึงการใช้เงินและกิจกรรมของวัดเลย จึงเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเร่งเข้ามาตรวจสอบ และขอเรียกร้องให้เจ้าอาวาสวัดออกจากตำแหน่ง โดยให้แต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่ขึ้นมาทดแทน

เจ้าคณะอำเภอ ฟังชาวบ้าน สั่ง"เจ้าอาวาสวัดพระประทานพร" พ้นวัด

        อย่างไรก็ดีในวันนี้ มี "พระครูวิบูลปริยัติกิจ" เจ้าคณะอำเภอศรีราชา , "พระครูมธุรสธรรมภาณ" เจ้าคณะตำบลเขาคันทรงเขต 1 , "น.ส.นริศรา ทิพยางกูร" ปลัดอำเภอศรีราชา เข้ามารับฟังที่เปิดโอกาสให้ "ชาวบ้านในชุมชนวัดพระประทานพร" พูดถึงปัญหาต่างๆ เพื่อหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีทหาร คสช.ชุดรักษาความสงบประจำ อ.ศรีราชา , กลุ่มอาสารักษาดินแดน อ.ศรีราชา และตำรวจ-ตำรวจ อาสา สภ.ศรีราชา ร่วมสังเกตุการณ์และติดตามดูแลความเรียบร้อยด้วย 

เจ้าคณะอำเภอ ฟังชาวบ้าน สั่ง"เจ้าอาวาสวัดพระประทานพร" พ้นวัด

       ซึ่ง "นายวิชัย ถาวรพงศ์" สมาชิกสภาเทศบาลนครแหลมฉบัง แกนนำชาวบ้าน ได้แจ้งข้อเสนอให้ "พระครูวิบูลปริยัติกิจ" เจ้าคณะอำเภอศรีราชา พิจารณาเกี่ยวกับ "พระครูวิโรจน์วิรวงศ์" เจ้าอาวาสวัดพระประทานพร รวม 5 ข้อ คือ 1.การเงินของวัดที่ผ่านมา ย้อนไป 10 ปี และการเบิกจ่ายเงินที่ผ่านมา 2.การรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็นลูกขณะที่เป็นเจ้าอาวาสอยู่ 3.การปฏิบัติกิจของสงฆ์ ซึ่งมีการนำเด็กผู้ชายมาเลี้ยงทั้งที่ไม่ใช่ลูกหลาน , การไปไหนมาไหนกับผู้หญิงทั้งกลางวันกลางคืน , การไม่ออกบิณฑบาตโปรดญาติโยม 

         4.การตั้งไวยาวัจกร ซึ่งเป็นผู้หญิงมา 17 ปีโดยที่ไม่มีใครรับรู้และคนที่มีชื่อเป็นไวยาวัจกรก็ไม่รับรู้ว่าเป็นและตรวจสอบชื่อการเบิกจ่ายเงินที่ผ่านมาและตรวจสอบใบตราตั้งว่าจริงหรือไม่ และ 5.ช่วยตรวจสอบยาเสพติดและสิ่งเสพติดต่างๆที่มีอยู่ภายในวัดและตรวจสอบปัสสาวะของพระทุกรูปเพื่อหาสิ่งเสพติด 

         โดยการรับฟังครั้งนี้ ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง จึงหาข้อยุติกันได้ ซึ่งทางเจ้าคณะอำเภอ ได้ชี้แจงกับชาวบ้านว่า กรณีการตั้งไวยาวัจกรเป็นผู้หญิงนั้น ผิดกฏของมหาเถระสมาคม จึงให้ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสไว้ก่อน ส่วนข้ออื่นๆนั้นต้องมีการตรวจสอบจากคณะสงฆ์ก่อน ถ้าไม่มีความผิดก็ให้กับมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสอีกครั้ง โดยเจ้าคณะอำเภอศรีราชา มีคำสั่งให้ "พระครูวิโรจน์วิรวงศ์" ออกไปอยู่ที่วัดหนองขามชั่วคราวก่อน เพื่อรอการสอบจากคณะสงฆ์ต่อไป

เจ้าคณะอำเภอ ฟังชาวบ้าน สั่ง"เจ้าอาวาสวัดพระประทานพร" พ้นวัด

        ด้าน "พระครูวิโรจน์วิรวงศ์" เจ้าอาวาสวัดพระประทานพร ที่ถูกออกคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งเจ้าอาวาสไว้ก่อนนั้น ได้ออกมาชี้แจงว่า "ยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดในการตั้งไวยาวัจกรจริง ส่วนข้ออื่นๆนั้นต้องมีการตั้งคณะสงฆ์สอบสวนก่อนตามกฏของมหาเถระสมาคม ถึงจะชี้ความผิดของตนเองได้ว่าผิดหรือไม่ผิด ส่วนการออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสนั้นรับได้"   

       ขณะที่ "นายวิชัย ถาวรพงศ์" สมาชิกสภาเทศบาลนครแหลมฉบัง ที่ร่วมการขับไล่ครั้งนี้ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านต้องทนกับพฤติกรรมเจ้าอาวาส ที่ตั้งไวยาวัจกรเป็นผู้หญิงผิดกฏของมหาเถระสมาคมมาถึง 17 ปีและไวยาวัจกรคนดังกล่าวนั้นยังไม่รู้ว่าได้รับการแต่งตั้งแต่อย่างไร รวมถึงการบริหารเงินวัดไม่โปร่งใส่ การปล่อยให้พระลูกวัดมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมทั้งเสพยาเสพติดและนำวัยรุ่นเข้ามามั่วสุมในกุฎิอยู่เป็นประจำ แม้ว่าทางอำเภอจะจับสึกไปแล้วแต่กลับมาอยู่ที่วัดตั้งวงดื่มสุราบนกุฏิอีก แถมพูดว่าจะกลับมาบวชอีกครั้งจนทำให้ชาวบ้านในละแวกวัดเอือมระอากับพฤติกรรมภายในวัดพระประทานพร โดยการหารือกับชุมชนและชาวบ้านเพื่อทำความเข้าใจกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ลงมติกันว่า ให้ขับเจ้าอาวาสออกจากวัดไป หรือให้สึกออกจากการเป็นพระเสีย ซึ่งเบื้องต้นนี้เห็นด้วยกับคณะสงฆ์ที่ให้ไปอยู่ที่วัดหนองขามชั่วคราว แต่ก็จะไม่ให้กลับมาอยู่ที่วัดประทานพรอีกอย่างแน่นอน 

เจ้าคณะอำเภอ ฟังชาวบ้าน สั่ง"เจ้าอาวาสวัดพระประทานพร" พ้นวัด

         "การทำเช่นนี้ของชาวบ้าน ก็เพื่อให้วัดกลับมาเป็นที่พึ่งจิตใจของประชาชนในละแวกชุมชนวัดพระประทานพรได้อีกครั้ง ซึ่งตนจะเป็นแกนนำชาวบ้านชุมชนวัดพระประทานพร นำหนังสื่อไปยื่นต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ลงมาสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นต่อไป"