
ถูก บ.ปุ๋ยหลอก ชาวนาวอน ยธ.ช่วย
ชาวนาพิจิตร วอน”ประจิน”ช่วย ถูกบ.ปุ๋ยหลอกให้ทดลองใช้ปุ๋ยฟรี สุดท้ายผลผลิตตกต่ำ ถูกฟ้องเรียกหนี้ค่าปุ๋ยนับแสนบาท รมว.ยธ.รับช่วยเหลือเร่งด่วน
22 ธ.ค. 60 - พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตรวจเยี่ยมศูนย์ยุติธรรมชุมชน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร พร้อมรับเรื่องร้องทุกข์จากชาวบ้าน โดยมีประชาชน 109 ราย เข้าร้องเรียนถูกบริษัทผลิตปุ๋ยหลอกให้ทดลองใช้ปุ๋ยไม่มีคุณภาพ โดยระบุว่าให้ทดลองใช้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย แต่กลับถูกฟ้องเรียกเก็บเงินค่าปุ๋ย
นางมานิตย์ ร่วมเพ็ชร ชาวบ้าน ต.กำแพงดิน อ.สามง่าม จ.พิจิตร กล่าวว่า ตนทำนา 10 ไร่ ถูกพนักงานขายของบริษัททีพีไอ ชีวะอินทรีย์ จำกัด หลอกให้ทดลองใช้ปุ๋ยเหตุเกิดเมื่อปี 2557 โดยมีเซลล์มาแจ้งที่บ้านกำนันว่า มีปุ๋ยแจกให้ใช้ในนาข้าวฟรี ให้ไปลงชื่อ โดยเซลล์ของบริษัทขอดูเอกสารทั้งโฉนดที่นาและทะเบียนบ้านแล้วขอถ่ายสำเนากลับไปโดยให้ชาวบ้านเซ็นต์ชื่อกำกับ มีการสอบถามจำนวนที่นาแล้วส่งปุ๋ยมาให้ตามจำนวนที่นา แล้วนำกระดาษเปล่ามาให้เซ็นชื่อ แล้วนำปุ๋ยมาส่งมอบ 2 ล็อต เมื่อได้รับปุ๋ยน้ำมาแล้ว ก็นำไปใส่นาข้าวไร่ละ 1 ถุง แต่ผลผลิตที่ได้เมื่อเปรียบเทียบกับที่เคยใช้ปุ๋ยยูเรีย ได้ข้าวน้อยมาก ใส่ปุ๋ยปกติได้ข้าวไร่ละ 1 เกวียน แต่ใส่ปุ๋ยของทีพีไอ ได้ข้าวเพียงไร่ละ 20 ถัง จึงรู้ว่าเป็นปุ๋ยไม่มีคุณภาพ นอกจากจะขาดทุนค่าข้าวแล้ว ยังต้องนำเงินจ่ายค่าปุ๋ยอีก
นางมานิตย์ กล่าวอีกว่า ต่อมาไม่นานมีหมายศาลมาแจ้งถึงบ้านขอให้ชำระค่าปุ๋ยตามจำนวนที่ปุ๋ยมาลง หากไม่ยอมจ่ายก็จะถูกฟ้องร้อง ชาวบ้านจึงเดินทางไปร้องเรียนขอให้รัฐบาลช่วยเหลือ จนกระทรวงยุติธรรมได้ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยไกล่เกลี่ยจาก หนี้ค่าปุ๋ย 20,000 บาท ลดเหลือ 20% โดยให้จ่ายเพียง 5,040 บาท จึงตัดสินใจจ่ายเพื่อยุติคดี ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยรู้ว่าตัวเองเป็นหนี้ จนกระทั่งมีหมายศาลมาถึง ชาวบ้านตกใจกันมาก เพราะคิดว่าเป็นปุ๋ยฟรี คนบ้านนอก ไม่รู้อะไรคิดว่า สินค้าทดลองใช้ เขาบอกให้เซ็นต์ตรงไหน ก็เซ็นต์
ด้านนางมาลี กลั่นสุข อายุ 55 ปี ชาวบ้าน ต.กำแพงดินหมู่ 1 อ.สามง่าม จ.พิจิตร กล่าวว่า ตนและสามีทำนา 10 ไร่ ถูกหลอกในลักษณะเดียวกับเพื่อนบ้าน มาทราบเมื่อมีหมายศาลมาถึงบ้านว่าติดค้างชำระหนี้ค่าปุ๋ย จำนวน 60,000 บาท แต่หลังจากกระทรวงยุติธรรมส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยไกล่เกลี่ยระหว่างชาวบ้านและบริษัท ทำให้หลายครอบครัวต้องไปกู้เงินมาชำระค่าปุ๋ย เช่น เป็นหนี้ 200,000 บาท จ่ายแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ของยอดชำระเต็ม คือ 20,000 บาท แต่ถ้าใครไม่จ่ายก็ต้องชำระคืนเต็มวงเงิน ขณะนี้ชาวบ้านถูกฟ้องแล้ว 109 ราย ส่วนใหญ่ยอมชำระหนี้เพื่อจบเรื่อง เหลือตนกับพวกรวม 46 ราย ที่ยังไม่มีเงินจ่าย
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า จะแก้ปัญหาเร่งด่วนทั้งการติดตามข้อมูลเอกสารว่ามีเอกสารส่วนใดถูกปลอมแปลง หรือทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบชางบ้าน ส่วนที่เป็นความเดือดร้อนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี จะมอบหมายให้ยุติธรรมจังหวัดเข้าไปดูแล หากขั้นตอนถึงศาลแล้วจะเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ยความเสียหาย สำหรับชาวบ้านที่ยอมความไปก่อนหน้านี้จะตรวจสอบว่าสาเหตุที่ยอมความเพราะเสียเปรียบ เข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ โดยรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นอันดับแรก อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาในระยะยาวจะเข้าไปดำเนินการกรณีที่นำกระดาษเปล่ามาให้ชาวบ้านเซ็นชื่อ เพื่อกำหนดมาตรการควบคุมและกำหนดฐานความผิดของกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมดังกล่าว เนื่องจากมีเจตนาไม่ดี เพราะชาวบ้านเป็นคนซื่อ เชื่อคนง่าย ใครบอกอะไรก็เชื่อ ส่วนเรื่องการขาดแคลนพันธุ์พืชและปุ๋ย เพื่อใช้ดูแลความสมบูรณ์ของพืชรวมถึงการจัดหาตลาดรองรับจะเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาความช่วยเหลือให้ครบห่วงโซ่
เมื่อถามว่า จะต้องฟ้องกลับในคดีอาญา ฐานฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า เป็นขั้นตอนต่อไป ซึ่งต้องพิจารณาว่ากลุ่มบุคคลได้กระทำผิดอย่างไร ขณะนี้มีชาวบ้านมีหลักฐานเป็นเอกสาร อาจต้องติดตามพยานบุคคลและพยานแวดล้อมเพิ่ม.



