
เตือนประชาชนรับมือโรคป่วยหน้าหนาว
กทม.เตือนประชาชนรับมือโรคป่วยหน้าหนาว ระวังไข้หวัดลงกระเพาะกำลังระบาดรับปีใหม่
22 ธ.ค. 60 - นพ.ชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ด้วยประเทศไทยเริ่มมีสภาพอากาศหนาวเย็นและอาจหนาวต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2561 ในส่วนพื้นที่ของกรุงเทพฯ พบว่าบางพื้นที่เริ่มมีอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลให้ประชาชนมีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ดังนั้น จำเป็นต้องมีวิธีการป้องกัน เฝ้าระวัง ตลอดจนรับมือกับปัญหาโรคและภัยที่แฝงมาในช่วงฤดูหนาว ได้แก่ 1.โรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ สามารถเจ็บป่วยได้ง่ายและบ่อยครั้งมากกว่าปกติถึง 2-3 เท่า โดยในปี 2560 กทม.ได้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้กับกลุ่มเสี่ยง 70,000 โดส ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งอาการไข้หวัดนี้ แนะนำให้ดูแลร่างกายให้อบอุ่น พักผ่อนให้เพียงพอ หากมีอาการเหนื่อย หอบ อ่อนเพลียอย่างชัดเจน ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคหลอดลมอักเสบหรือปอดบวม 2.โรคหลอดลมอักเสบ และปอดบวม คือ ภาวะหลอดลมและปอดอักเสบ สามารถแพร่กระจายเวลาไอ จาม หรือการสำลักน้ำลาย เศษอาหาร และน้ำย่อย โดยมีอาการสำคัญ คือ ไข้ ไอ มีเสมหะมาก แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก เหนื่อยหอบ ทั้งนี้ โรคปอดบวมมักจะพบหลังจากการเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ มักพบในกลุ่มคนชรา และเด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว หากป่วยเป็นโรคนี้อาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิต
นพ.ชวินทร์ กล่าวอีกว่า 3.โรคอุจจาระร่วง พบว่า สาเหตุส่วนใหญ่มาจากเชื้อโรต้าไวรัส และมักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ เพราะเป็นวัยกำลังเรียนรู้ และชอบหยิบของต่างๆเข้าปาก โดยเชื้อนี้จะแฝงอยู่ในสิ่งของที่เด็กหยิบจับ โดยมีอาการสำคัญคือ ถ่ายเหลวเป็นน้ำ มีไข้ และมีอาการอาเจียนร่วมด้วย ซึ่งปกติอาการถ่ายเหลวจะหายภายใน 3 - 7 วัน แต่ยังคงต้องดูแลใกล้ชิด โดยให้ดื่มเกลือแร่ และสังเกตลักษณะของอุจจาระ หากพบว่ามีมูกเลือดปนออกมาควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไป และ 4.อุบัติเหตุทางการจราจร ควรระมัดระวังและขับขี่รถอย่างปลอดภัย รักษาวินัยจราจร ห้ามขับรถเร็วเกินกฏหมายกำหนด และเมาไม่ขับ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ฉะนั้น กทม.จึงขอเตือนให้ประชาชนหมั่นดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และคนใกล้ชิด ให้แข็งแรงอยู่เสมอ ไม่เจ็บป่วยด้วยโรคและภัยที่มากับฤดูหนาว และในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้
ขณะที่นพ.เมธิพจน์ ชาตะเมธีกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กทม. เปิดเผยว่า โรคไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ จะพบผู้ป่วยมากในช่วงหน้าหนาว และอีกโรคที่มักเกิดขึ้นมากเช่นเดียวกัน คือ โรคไวรัสลงกระเพาะหรือที่เรียกกันว่าไข้หวัดลงกระเพาะ เนื่องจากระยะนี้มีอากาศชื้น จึงทำให้เชื้อโรคชนิดต่างๆ สามารถแพร่กระจายได้ง่ายกว่าปกติ โดยจะแฝงอยู่กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น อาหารที่รับประทานเข้าไป ตามลูกบิดประตู ราวบันได โดยระยะแรกจะมีอาการคล้ายไข้หวัด คือ มีไข้ ตัวร้อน น้ำมูกไหลหรือไอร่วมด้วย แต่จะมีอาการอาเจียน ที่เป็นอาการเห็นได้ชัดว่าให้สันนิษฐานว่าเป็นไวรัสลงกระเพาะ จึงขอให้ประชาชนนอกจากป้องกันตัวเองจากไข้หวัดแล้ว ให้หมั่นดูแลรักษาความสะอาดร่างกายและล้างมืออย่างสม่ำเสมอ
“สำหรับจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 พ.ย. 2560 มีจำนวนผู้ป่วยทั้งสิ้น 45,888 ราย โดยในเดือนพฤศจิกายนมีผู้ป่วยไข้หวัดเพียง 150 คนเท่านั้น เนื่องจากเป็นช่วงฝนหยุดตกและอากาศยังไม่หนาว ทำให้ไม่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ แต่ในเดือนธันวาคมคาดว่าอาจมีแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่มากขึ้น” นพ.เมธิพจน์ กล่าว.



