ข่าว

มอบเงินคืนเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กว่า 1.7ล.

มอบเงินคืนเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กว่า 1.7ล.

22 ธ.ค. 2560

ตร. มอบเงินคืนเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กว่า 1.7ล. เร่งปราบปราม ชี้ 7เดือนอายัดเงินคืนผู้เสียหาย กว่า120 ล้าน สถิติเหยื่อลดลง


          22 ธันวาคม 2560 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท. , พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. ,พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าว มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน จากกรณีเจ้าที่ตำรวจและธนาคารเจ้าของบัญชี ร่วมกันดำเนินการ อายัดเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงแล้วโอนไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้าย โดยได้ระงับไม่ให้มีการถอนเงินออกไป ซึ่งสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายในครั้งนี้ได้ จำนวน 4 ราย

          พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ขอความร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทยและชมรมบริการธุรกิจเอทีเอ็ม ในการเฝ้าระวังบัญชีต้องสงสัย และดำเนินการอายัดทันทีหากพบมีการกระทำความผิด เพื่อระงับไม่ให้กลุ่มคนร้ายมีการถอนเงินออกไป ล่าสุดสามารอายัดเงินคืนให้กับผู้เสียหาย 4 คน มูลค่ารวมกว่า 1,708,000 บาท โดยขณะนี้ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถอายัดเงินคืนผู้เสียหายได้รวมมูลค่ากว่า 120 ล้านบาท ในระยะเวลา 7 เดือน

          ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังประชาชนรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อ แล้วผู้เสียหายแจ้งมายังเจ้าหน้าที่เร็วเท่าใด ก็จะสามารถอายัดเงินคืนได้มากเท่านั้น เนื่องจากกลุ่มคนร้ายยังไม่ได้ทำการโอนเงินออกจากบัญชี แต่หากผู้เสียหายแจ้งเข้ามาช้า แล้วคนร้ายโอนเงินออกจากบัญชีไปแล้ว ก็ต้องทำการประสานสถาบันการเงิน และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินก่อน ซึ่งต้องให้ระยะเวลาในการตรวจสอบอย่างละเอียด จึงจะสามารถติดตามเงินคืนให้กับผู้เสียหายได้ พร้อมฝากถึงเจ้าของบัญชีผู้รับโอนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ให้ดำเนินการปิดบัญชีทันทีและฝากถึงประชาชนอย่านำบัญชีไปให้คนอื่นใช้ อย่ารับเปิดบัญชีให้ผู้อื่น หากพบมีความเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก็ถือว่ามีผิดตามกฎหมาย

          “อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พบว่าสถิติประชาชนตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์r ลดน้อยลงต่อเนื่อง เพราะประชาชนรู้เท่าทัน และหากประชาชนท่านใดทราบว่าถูกหลอกให้รีบแจ้งมายังศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติสายด่วน 1155 และศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินสายด่วน 1710 โดยเร็วที่สุด”รองผบช.ทท. กล่าว