
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ไต้หวันรับได้ส่วนแบ่ง 4%
จับ 2 ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกทำธุรกรรมการเงิน อ้างทำหน้าที่กดเงินสด-โอนเงินให้หัวหน้าอยู่ต่างประเทศ แลกส่วนแบ่ง 4 เปอร์เซ็นต์
21 ธ.ค. 60 เมื่อเวลา 19.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว บก.สปพ. และ สน.บางนา แถลงข่าวจับกุม นายหลิง ลุ่ย หยาง อายุ 24 ปี ชาวไต้หวัน และนางสาวลี สไลมอม อายุ 25 ปี ชาวกัมพูชา ทั้งสองเป็นผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมของกลาง ไอซ์ น้ำหนักประมาณ 500 มิลลิกรัม อุปกรณ์เสพไอซ์ 1 ชุด สมุดบัญชีธนาคารจำนวน 66 เล่ม บัตรกดเงินสดที่ใช้แล้วและไม่ได้ใช้รวม 108 ใบ และโทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ห้องพักอาคารชุดย่านอุดมสุข แขวงและเขตบางนา กรุงเทพฯ
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา น.ส.สรัลธร ศรีสงคราม ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.ราษฎร์บูรณะ ว่า ถูกกลุ่มคนร้ายลักษณะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้ทำธุรกรรมโอนเงินจำนวน 2 แสนบาท เข้าบัญชีธนาคาร 2 บัญชี บัญชีละ 1 แสนบาท จากนั้นได้ทำการสืบสวนกระทั่งทราบว่าคนร้ายได้ไปกดเงินสดออกจากธนาคารสาขาซอยอุดมสุข 2 โดยกลุ่มคนร้ายดังกล่าวมีลักษณะเป็นชาวจีนไต้หวันจำนวนหลายคนพักอาศัยอยู่ในอาคารชุดดังกล่าว กระทั่งเวลา 08.00 น. ของวันที่ 21 ธ.ค. ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบคนร้ายเดินลงมากดเงินสดบริเวณตู้กดเงินสด จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นจับกุมและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนา ออกหมายค้นห้องพักและพบของกลางดังกล่าว
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า เป็นสามีภรรยากัน สามีได้มาเช่าห้องพักดังกล่าวเพื่ออาศัย โดยเช่าห้องพักเดือนละ 8,000 บาท อยู่มาได้ประมาณ 4 เดือน หลังจากนั้นตนได้ย้ายเข้ามาอยู่ด้วย ส่วนหน้าที่ทำเพียงเดินไปกดเงินสดและโอนเข้าบัญชีให้กับหัวหน้าที่อยู่ต่างประเทศ โดยจะได้รับค่าจ้างร้อยละ 4 ของจำนวนเงินที่โอนเข้าบัญชีมา
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ” , “มีไว้เพื่อนำออกใช้ประการน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” , “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” นอกจากนี้แจ้งข้อหาเพิ่มกับ นายหลิง ลุ่ย หยาง ว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” และแจ้งข้อหาเพิ่มกับ น.ส.ลี สไลมอม ว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางนา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



