ข่าว

เร่งสรุปสำนวน “ปั้นแพะช่วยครูจอมทรัพย์” เสร็จก่อนสิ้นปี

เร่งสรุปสำนวน “ปั้นแพะช่วยครูจอมทรัพย์” เสร็จก่อนสิ้นปี

20 ธ.ค. 2560

ตร.ภาค 4 เร่งสรุปสำนวน “ปั้นแพะช่วยครูจอมทรัพย์” ทำสำนวนการสอบสวนเสร็จแล้ว และพร้อมที่จะส่งให้อัยการภายใน 1 - 2 วันนี้

 

               20 ธ.ค. 60  ความคืบหน้าการสรุปสำนวนคดีขบวนการรับจ้างรับผิดแทน นางสาวจอมทรัพย์ ศรีบุญหอม หรือ แสนเมืองโคตร หรือ “ครูจอมทรัพย์” อดีตผู้ต้องโทษคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนชุดคลี่คลายคดี ตำรวจภูธรภาค 4 ได้ออกหมายเรียกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ ในช่วงที่มีการเริ่มต้นขอรื้อฟื้นคดีมาสอบปากคำไปก่อนหน้านี้ ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและพลเรือนรวมแล้วกว่า 60 ปาก โดยก่อนหน้านี้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ระบุว่า จะเร่งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อสรุปสำนวนคดีส่งให้อัยการภายในวันนี้ (20 ธ.ค.)

               มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจภูธรภาค 4 ได้ประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนชุดคลี่คลายคดี เพื่อติดตามตรวจสอบความเรียบร้อยของสำนวนคดี โดยเป็นการประชุมลับเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความรอบคอบรัดกุมมากที่สุด ก่อนจะส่งสำนวนให้อัยการ เดิมกำหนดว่าจะสามารถส่งสำนวนให้อัยการได้ภายในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ แต่เนื่องจากสำนวนการสอบสวนยังมีรายละเอียดที่จะต้องสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม จึงจำเป็นที่จะต้องเลื่อนออกไปก่อน

               พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิ์เดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน กล่าวว่า พนักงานสืบสวนสอบสวน ได้ทำสำนวนการสอบสวนเสร็จแล้ว และพร้อมที่จะส่งให้อัยการภายใน 1 - 2 วันนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำมากกว่า 60 ปาก ซึ่งมี พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ที่เข้าไปช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ในการรื้อฟื้นคดีรวมอยู่ในรายชื่อด้วย และมีชาวบ้านที่เกี่ยวข้องในคดีที่ถูกเรียกเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน ซึ่งสำนวนจากการสอบปากคำมีมากกว่า 200 หน้า โดยเบื้องต้นมีผู้เข้าข่ายถูกแจ้งดำเนินคดีมากกว่า 10 คน ทั้งหมดยังเป็นพลเรือน ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐ

               ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ สอบถาม พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม หนึ่งในหัวหน้าชุดสอบสวน เปิดเผยว่า ผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาขณะนี้มีทั้งหมด 11 คน มีทั้งผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาไปก่อนหน้านี้ และผู้ที่ถูกแจ้งข้อหาเพิ่ม โดยผู้ถูกตั้งข้อหาในเบื้องต้น ประกอบด้วย นางสาวจอมทรัพย์ ศรีบุญหอม หรือ แสนเมืองโคตร ถูกตั้งข้อหา ร่วมกันนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญา , ซ่องโจร นายสุริยา นวลเจริญ หรือ ครูอ๋อง ถูกตั้งข้อหา ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ , ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ , ร่วมกันทำพยานหลักฐานเท็จในคดีอาญา , ใช้ผู้อื่นเบิกความเท็จ , ซ่องโจร นายสับ และ นางจันทร์ วาปี ถูกตั้งข้อข้อหา เบิกความเท็จ , ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน , ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความเท็จ , ซ่องโจร นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร สามีนางสาวจอมทรัพย์ ถูกตั้งข้อหา ให้การเท็จ นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ ถูกตั้งข้อหา ให้การเท็จ

               พล.ต.ต.สุวิชาญ กล่าวว่า นอกจากนี้ ทนายความซึ่งเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือนางสาวจอมทรัพย์รื้อฟื้นคดี ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เพื่อเข้าให้ปากคำ หลังการสอบปากคำ ตำรวจได้แจ้งข้อหา อั้งยี่ซ่องโจร หลังการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกพบว่า ทนายความมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการรับจ้างรับผิดแทนนางสาวจอมทรัพย์ ทำให้ในตอนนี้มีผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา จำนวน 11 คน แต่จะมีใครถูกตั้งข้อหาเพิ่มอีกหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะทำงาน

               อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน จะเร่งสรุปสำนวนคดีให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปี 2560 นี้ เพื่อส่งสำนวนฉบับสมบูรณ์ให้อัยการนำไปพิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป