ข่าว

กปท.ร้องดีเอสไอรับคดียิง "สุทิน ธราทิน"

กปท.ร้องดีเอสไอรับคดียิง "สุทิน ธราทิน"

20 ธ.ค. 2560

กปท.ร้องดีเอสไอรับคดียิง"สุทิน ธราทิน" คาหน่วยเลือกตั้งวัดศรีเอี่ยมเป็นคดีพิเศษ ระบุสตช.ทำคดีไม่คืบ มือปืนตายคาเรือนจำคาดถูกฆ่าตัดตอน

 

          20 ธ.ค.60 - นายทศพล  แก้วทิม แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) นำนางสาโรจน์ ธราทิน มารดาของนายสุทิน ธราทิน ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงมวลชนที่ไปคัดค้านการเลือกตั้งล่วงหน้า ที่หน่วยเลือกตั้งเขตบางนา บริเวณวัดศรีเอี่ยม เมื่อวันที่ 26 ม.ค 57 เข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้รับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากคดีที่อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางนา มานานกว่า 3 ปีไม่มีความคืบหน้า โดยมี ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ผอ.กองบริหารคดีพิเศษเป็นผู้รับเรื่อง
          นายทศพล กล่าวว่า กปท.ได้ติดตามความคืบหน้าของคดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนหน้านั้น รัฐบาล คสช.ได้เรียกแกนนำภาคประชาชนไปพบ และรับปากว่าทุกคดีที่เกิดขึ้นจะเร่งรัดให้เข้าสู่กระบวนการยุติ ธรรมและให้ทุกคนได้รับความเป็นธรรม ซึ่งในส่วนของภาคประชาชนทุกคดีที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญาทุกคนที่ได้รับหมายศาลก็เข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอนทั้งหมด ในช่วงที่ผ่านมาพวกเราเข้าใจว่ารัฐบาลต้องใช้เวลาในการทำงาน แต่ปัจจุบันรัฐบาลเหลือเวลาน้อยลงทุกที ขนาดเป็นรัฐบาลคสช.ที่มีอำนาจเต็มยังไม่สามารถให้ความเป็นธรรมกับประชาชนได้ โดยเฉพาะคดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่สะเทือนขวัญมาก คดีปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งศาลได้ตัดสินความผิดไปแล้ว แต่คดีฆาตกรรมนายสุทินกลับไม่คืบหน้าเลย หากมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ภาคประชาชนก็ไม่ทราบว่าจะมีใครให้ความสนใจหรือไม่
          "คดีนี้แม้เจ้าหน้าที่จะจับกุมนายสุรกริช ชัยมงคล คนร้ายที่ปรากฏตามภาพที่สื่อฯเสนอมา แต่ต่อมานายสุรกริช ได้เสียชีวิตในระหว่างถูกคุมขังโดยมีเหตุควรสงสัยว่าน่าจะถูกตัดตอนเพื่อไม่ให้การสืบสวนสวนขยายผลไปถึงผู้ร่วมทำผิดคนอื่น แต่ทั้ง 2 คดีกลับไม่มีการขยายผลการสอบสวน และไม่มีความคืบหน้าเลย หากคดียังอยู่ในอำนาจการสิบสวนของตำรวจต่อไปเรื่องก็คงจะเงียบหายเหมือนเดิม" นายทศพล กล่าว
          นายทศพล กล่าวอีกว่า การร้องขอให้ดีเอสไอรับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเห็นว่าดีเอสไอมีความเป็นอิสระในการทำงานมากกว่า ส่วนที่ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้เพราะเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะที่ผ่านมาพวกเราถูกขอร้องและมีข้อจำกัดทั้งเรื่องคดีความที่ถูกฟ้องจึงทำให้ไม่สามารถออกมาได้เต็มที่ จึงอยากบอกว่า เมื่อพวกเรายอมรับคำตัดสินของกระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนทุกอย่างแล้ว จึงอยากให้ผู้ที่เสียสละได้รับความเป็นธรรมจากการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย

          ขณะที่นางสาโรจน์ วัย 80 ปี มารดานายสุทิน กล่าวว่า อยากมาร้องขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย เนื่องจากคดีเกิดขึ้นนานแล้ว แต่ยังไม่สามารถจับตัวผู้ก่อเหตุมารับโทษได้
          ด้านร.ต.อ.ปิยะ กล่าวว่า หลังจากรับเรื่องแล้วก็จะส่งให้ศูนย์บริหารคดีฯตรวจสอบเอกสารหลักฐานตามคำร้องทั้งหมดเพื่อเสนอให้อธิบดีดีเอสไอพิจารณาว่าจะรับเรื่องดังกล่าวไว้ตามคำร้องหรือไม่.