ข่าว

ผบก.น.1 ตั้งคณะทำงานสอบคดีส่งศพผิดคน

ผบก.น.1 ตั้งคณะทำงานสอบคดีส่งศพผิดคน

20 ธ.ค. 2560

ผบก.น.1 สั่งตั้งคณะทำงานสอบคดีส่งศพผิดคน-เร่งพิสูจน์คนตายเป็นใคร ประสาน “สาคร” คนเป็นมาสอบปากคำ

 

               จากกรณีนายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี เข้าร้องทุกข์ว่าถูกทางราชการระบุว่าเสียชีวิตแล้ว ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา หลังจากที่ไปทำงานบนเรือประมงที่ จ.นครศรีธรรมราช นานกว่า 1 ปี และเมื่อกลับมาถึงบ้านปรากฏว่า ญาติพี่น้องได้มีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพชายคนหนึ่งที่ทางราชการระบุว่า เป็นศพของนายสาคร และได้มีการทำบุญนำเอาอัฐิเข้าไว้ในเจดีย์เรียบร้อยแล้ว

               ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560 พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผกก.สน.นางเลิ้ง กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ทางตำรวจได้ดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง โดยเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทางตำรวจได้รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิต ภายในห้องเช่าเลขที่ 20 บ้านเลขที่ 236/3 ปรินายก 6 ถนนราชดำเนิน แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กทม. ซึ่ง ร.ต.ท.วีระยุทธ ศรีสุพัฒน์ รอง สว. (สอบสวน) สน.นางเลิ้ง เป็นเจ้าของคดี และลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุตามที่ได้รับแจ้ง พบว่าผู้เสียชีวิตเป็นชาย ได้เสียชีวิตมาแล้วหลายวัน สภาพขึ้นอืด ไม่มีบาดแผลตามร่างกาย

               จากการตรวจสอบภายในห้องพบหลักฐานเป็นเอกสารสำเนาบัตรประชาชน แต่สำเนาดังกล่าวไม่มีรูปบนบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรพนักงานบริษัทสยาม แอดมินนิสเทรทีฟ แมเนจเม้น จำกัด โดยเอกสารทุกอย่างระบุชื่อ นายสาคร สาชีวะ ซึ่งขณะนั้นไม่มีญาติของผู้เสียชีวิตมายืนยัน แต่เมื่อเทียบเคียงใบหน้าศพกับบัตรพนักงานที่พบนั้นใกล้เคียงกันมาก เจ้าหน้าที่จึงทำตามขั้นตอน โดยส่งศพไปชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่นิติเวช รพ.วชิรพยาบาล ก่อนที่แพทย์ระบุว่า นายสาคร เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร จากนั้นติดต่อญาติให้มารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาตามปกติ

               พ.ต.อ.กัมปนาท กล่าวอีกว่า กรณีที่พบศพนั้น พ้นกระบวนการของทางตำรวจไปแล้ว กระทั่งมาทราบภายหลังว่าไม่ใช่ตัวบุคคลที่ระบุในบัตรประชาชน ทางตำรวจก็ไม่นิ่งนอนใจเร่งสืบสวนสอบสวนหาข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับบุคคลที่เสียชีวิต ทั้งเอกสารในการสมัครงาน ตลอดจนการใช้ชีวิต อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังอยู่ระหว่างติดต่อนายสาคร ที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นเข้ามาสอบปากคำ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้แต่อย่างใด ซึ่งต้องขอเวลาให้ทางตำรวจทำงานก่อน

               นอกจากนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากแนวทางการสืบสวนได้ทำการตรวจสอบบุคคลที่เสียชีวิตรายนี้ไว้เป็น 2 ส่วน ส่วนแรก มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจสอบ ตลอดจนมีการให้ตำรวจฝ่ายสืบสวนไปลงพื้นที่ที่บริษัทที่เจ้าตัวทำงาน เพื่อตรวจสอบประวัติการพิมพ์ลายนิ้วมือ เพื่อจะนำไปตรวจสอบประวัติอาชญากร แต่ผลปรากฎว่าไม่พบว่าทางบริษัทมีการพิมพ์ลายนิ้วมือไว้แต่อย่างใด

               สำหรับส่วนที่สองทางตำรวจได้ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ตาย โดยเช็กในบัญชีที่ผู้ตายได้รับการโอนเงินเดือนของบริษัท เพื่อที่จะหาว่าหลังจากได้รับเงินเดือนแล้วนั้น จะมีการโอนเงินไปให้ญาติ หรือบุคคลที่รู้จักอื่นอีกหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีจะต้องทำการเชิญบุคคลนั้นมาสอบถาม เพื่อหาว่าผู้ตายเป็นใคร

               อย่างไรก็ตามทางตำรวจอยากจะให้ทางนายสาคร เข้ามาพบพนักงานสอบสวนโดยเร็ว เพื่อจะได้เร่งรัดการสอบปากคำข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารที่หายไป ได้หายที่ใด แล้วจะได้รวบรวมสำนวน เพื่อยืนยันกับทางสำนักงานเขตพระนคร จากนั้นจะได้ทำเรื่องยกเลิกใบมรณะบัตร เพื่อได้สิทธิ์การเป็นบุคคลกลับมา ทั้งนี้สำหรับผู้ตายนั้นทางตำรวจยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นชาวไทยหรือต่างด้าว ต้องรอการพิสูจน์อีกครั้ง

               ทั้งนี้ทาง พล.ต.ต.เสนิต สําราญสํารวจกิจ ผบก.น.1 ได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานสอบสวนคดีดังกล่าว เพื่อตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใคร ตลอดจนหาข้อพิสูจน์บุคคลให้ชัดเจนยิ่งขึ้น