
จับสาวแสบลักทรัพย์เฒ่าฝรั่งเศส
ไม่รอด !! ตำรวจเมืองพัทยารวบสาวสกลนครก่อเหตุลักทรัพย์ชาวต่างชาติ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ธ.ค.60 พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พ.ต.ท.สมพาน สุขสำราญ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ธีระศักดิ์ สีแสง สว.สส. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน และตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา คุมตัว น.ส.อรดงอุมา หรือ แอน ฝ่ายซ้ายคราม อายุ 37 ปี ชาว จ.สกลนคร มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังก่อเหตุลักทรัพย์ของ Mr.Philippe Felix Marcel Defrancois อายุ 70 ปี สัญชาติฝรั่งเศส แล้วหลบหนีไป จนมาถูกจับกุมตัวได้พร้อมเงินสด 24,000 บาท บัตรเอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย 1 ใบ และกุญแจห้องพักของผู้เสียหาย
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้พา น.ส.อรอุมา ซึ่งรู้จักและคบหาเป็นกิ๊กมาประมาณ 5 เดือน มาร่วมหลับนอนที่อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งแถวเลียบชายหาดพัทยา กระทั่งรุ่งเช้า น.ส.อรอุมา ได้ออกจากห้องไป พอมาสำรวจทรัพย์สินก็ปรากฏว่า กระเป๋าสตางค์ ซึ่งภายในมีเงินสด 5,000 บาท และบัตรเอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมีรหัสจดใส่กระดาษไว้ได้หายไป เมื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวในบัญชีพบว่าในวันเดียวกันนี้มีคนกดเงินออกไป 50,000 บาท จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา
ต่อมาชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยตำรวจท่องเที่ยว ออกหาข่าวและตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนทราบว่า น.ส.อรอุมา เป็นคนขโมยไป จึงนำภาพถ่ายผู้ต้องสงสัยไปเผยแพร่ไปทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค กระทั่งมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสว่าเห็น น.ส.อรอุมา ยืนอยู่ข้างห้างโลตัสเอ็กซ์เพลสในซอยบัวขาว พัทยากลาง จึงนำกำลังไปจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลางเงินสด 24,000 บาท
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ขโมยกระเป๋าสตางค์ของผู้เสียหายและนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินจริง สาเหตุที่ทำไปเพราะต้องการเงินไปใช้จ่ายและซื้อยาไอซ์ไว้เสพ โดยก่อนหน้านี้เคยติดคุก 9 ปีในข้อหาค้ายาเสพติด หลังพ้นโทษจึงมาเร่ขายตัวอยู่ที่ริมชายหาดพัทยา และเคยถูกจับข้อหาเตร็ดเตร่มาแล้ว กระทั่งไปรู้จักกับผู้เสียหายและก่อเหตุลักทรัพย์จนถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว
ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้น ทางผู้เสียหายได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับมอบช่อดอกไม้เพื่อขอบคุณที่สามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับกล่าวชื่นชมการทำงานของตำรวจที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยมี พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.หัวหน้าสถานี เป็นตัวแทนรับมอบ พร้อมกับฝากเตือนไปยังโจรผู้ร้ายว่า ขณะนี้ตำรวจมีกล้อง CCTV อยู่ทั่วเมือง ขออย่าได้คิดที่จะก่อเหตุร้ายในพื้นที่นี้ เพราะไม่มีทางหนีรอดเงื้อมือกฎหมายไปได้แน่นอน



