
"มกอช."ปั้น Smart Leader รองรับนโยบายทุกมิติ
"มกอช."อบรมโครงการผู้นำการมาตรฐาน"ปั้น Smart Leader เตรียมพร้อมบุคลากร รองรับนโยบายกระทรวงเกษตรทุกมิติ
20 ธ.ค. 60 นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า Smart Officer เป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการสร้างบุคลากรให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ มีความรอบรู้งาน และเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาวิชา สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตรไปแนะนำแก่เกษตรกรได้ รวมทั้งเข้าใจหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง Smart Officer จึงเป็นกลไกในการสร้างเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer ที่สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปปรับใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร จัดทำแผนธุรกิจ และเชื่อมโยงตลาดได้
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังมีแผนแม่บท ส่งเสริมคุณธรรมให้ข้าราชการพอเพียง มีวินัย สุจริตและจิตอาสา ซึ่งหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องส่งเสริมและพัฒนาข้าราชการให้มีคุณลักษณะดังกล่าว มกอช. จึงจัดอบรมโครงการ ผู้นำการมาตรฐาน (Standard Smart Leader) หรือ SSL เพื่อเตรียมความพร้อมบุคลากรของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ให้เป็นผู้นำด้านการมาตรฐานที่มีความรู้ความสามารถสูง เพื่อตอบสนองนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในทุกมิติ และเป็นการปฐมนิเทศเพื่อปลูกฝังความเป็นมืออาชีพด้านการมาตรฐานภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
“จากการอบรมโครงการผู้นำการมาตรฐาน (Standard Smart Leader) หรือ SSL รุ่นที่ 1 ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ การจัดอบรมในรุ่นที่ 2 จึงเป็นการต่อยอดเพื่อพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรให้ดียิ่งขึ้น การเป็น Smart Officer ในยุค Thailand 4.0 นี้ บุคลากรในหน่วยงานภาครัฐ ต้องสามารถปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถคิด วิเคราะห์สถานการณ์และวางแผนการพัฒนางาน เพื่อรองรับการแข่งขันในอนาคต รวมทั้งเรียนรู้องค์ความรู้ที่สำคัญของ มกอช. เพื่อที่จะสามารถนำไปถ่ายทอดได้อย่างถูกต้องต่อไปด้วย” เลขาธิการ มกอช. กล่าว
นายกฤษ อุตตมะเวทิน เลขานุการกรม ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกองส่งเสริมมาตรฐาน กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดอบรมโครงการผู้นำการมาตรฐาน (Standard Smart Leader) หรือ SSL รุ่นที่ 2 นี้ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และสมรรถนะให้แก่ผู้อบรม โดยใช้หลักการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ (Adult Learning) ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการคิด และดำเนินการตลอดหลักสูตร เน้นการเรียนรู้มากกว่าการสอน (Teach Less Learn More) เน้นให้เกิดการต่อยอดทางความคิด และค้นหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง มีการประชุม อภิปราย ระดมสมอง การศึกษาดูงานในพื้นที่จริง หรือภาคสนาม (Field Study) และให้ผู้เข้ารับการอบรมมีส่วนร่วมในการเลือกประเด็นการศึกษาที่กลุ่มสนใจร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการทำงานอย่างบูรณาการ และการวางแผนดำเนินงาน และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม จากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้เข้ารับการอบรมด้วยกัน และที่ปรึกษา ไปสู่การประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะที่ได้รับในการปฏิบัติงานจริง
ทั้งนี้ ผู้เข้าอบรมจะมีการเรียนรู้ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.คุณธรรม จริยธรรม สำหรับนักมาตรฐาน ให้ความรู้ในเรื่องการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ การฝึกปฏิบัติ : ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ มาตรฐานสินค้าเกษตรครบวงจร และกิจกรรมจิตอาสา 2. ความเป็นมืออาชีพด้านการมาตรฐาน เน้นความรู้เรื่อง การกำหนดมาตรฐาน (การประเมินความเสี่ยงความปลอดภัยอาหาร) การรับรองมาตรฐาน (การเทียบเคียงมาตรฐานสากล) การควบคุมมาตรฐาน (พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร) การส่งเสริมมาตรฐาน (โครงการตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ) และการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตร (SPS, การเจรจาระหว่างประเทศด้านสินค้าเกษตร) 3.การส่งเสริมความเป็นผู้นำ และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงาน จะให้ความรู้ในเรื่อง การบริหารอารมณ์สู่การทำงานอย่างมืออาชีพ (EQ) ทักษะผู้นำและการพัฒนาบุคลิกภาพเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ สอนงานอย่างไรให้ได้งาน (Smart Coaching) และThailand 4.0 ก้าวไปพร้อมโลกยุคใหม่ และเรื่องที่ 4 เสริมสร้างประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการโครงการ เน้นการลงพื้นที่เพื่อดำเนินงานโครงการกลุ่ม หรือ Group Project เพื่อผลักดันมาตรฐานสินค้าเกษตร ตามภารกิจกลุ่มต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
“นอกจากนี้เป็นการปฐมนิเทศสานสัมพันธ์ระหว่างผู้ผ่านการอบรมโครงการผู้นำการมาตรฐานในรุ่นที่ 1 และผู้เข้าอบรมโครงการผู้นำการมาตรฐานในรุ่นที่ 2 และจะมีการลงแปลงฝึกปฏิบัติการผลิตสินค้าเกษตรมาตรฐาน ครบวงจร ณ ฟาร์มไม่ตั้งใจ ภายใต้แบรนด์ สมเกียรติ ผักอร่อย และการศึกษาดูงานระบบการบริหารจัดการน้ำ ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โครงการฯ ดังกล่าวเป็นการพัฒนาบุคลากรในทุกด้านทั้งความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่สำคัญและจำเป็นต่อการผลักดันและตอบสนองให้สินค้าเกษตรของประเทศมีความปลอดภัย เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมทั้งทำให้บุคลากรรู้จักการบูรณาการงานและทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อสามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายกฤษ กล่าว



