ข่าว

ไฟไหม้อู่เคาะพ่นสีหนีตายอลหม่าน

ไฟไหม้อู่เคาะพ่นสีหนีตายอลหม่าน

19 ธ.ค. 2560

ไฟแก๊สเชื่อมรถยนต์กระเด็นไปโดนสายท่อน้ำมันเบนซิน เกิดไฟลุกท่วมอู่เคาะพ่นสี เข็นรถหนีจ้าละหวั่น โชคดีดับเพลิงมาเร็วไม่ลุกลามคูหาข้างเคียง

 

               19 ธ.ค. 60  เมื่อเวลา 17.20 น.  พ.ต.ท.หญิง มุฑิตา พานิชถาวร สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุไฟไหม้อู่ซ่อมรถ ช่างเล็ก 149/1 ถนนสารพัดช่าง-แยกอาชาสีหมอก ต.รั้วใหญ่ จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สมพร พุกหอม ผกก. นายเอกพันธ์ อินทร์ใจเอื้อ นายกเทศมนตรีเมืองสุพรรณบุรี รถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี 4 คัน

 

ไฟไหม้อู่เคาะพ่นสีหนีตายอลหม่าน

 

ไฟไหม้อู่เคาะพ่นสีหนีตายอลหม่าน

 

ไฟไหม้อู่เคาะพ่นสีหนีตายอลหม่าน

 

               ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวชั้นเดียวยาว 6 ห้อง เปิดเป็นอู่ซ่อมรถ ติดตั้งแก๊สรถยนต์ และอู่เคาะพ่นสี ที่บริเวณห้องสุดท้ายซึ่งเป็นห้องเคาะพ่นสี มีเปลวไฟกำลังลุกไหม้รถยนต์เก๋งอย่างรุนแรง โดยมีช่างเคาะพ่นสีและพนักงานของอู่กำลังช่วยกันเข็นรถที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงออกมากันจ้าละหวั่น และเจ้าหน้าที่ได้เร่งระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดไม่ให้ลุกลามไปยังห้องข้างเคียง ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบพบรถเก๋งที่ลูกค้านำมาเคาะพ่นสี พร้อมอุปกรณ์เครื่องมือช่าง เครื่องพ่นสี หลังคาอู่ ถูกไฟไหม้เสียหาย

 

ไฟไหม้อู่เคาะพ่นสีหนีตายอลหม่าน

 

ไฟไหม้อู่เคาะพ่นสีหนีตายอลหม่าน

 

ไฟไหม้อู่เคาะพ่นสีหนีตายอลหม่าน

 

               จากการสอบสวน นายมีชัย ขุมทอง อายุ 27 ปี ช่างซ่อมช่วงล่างรถยนต์ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังใช้ไฟแก๊สเชื่อมรถยนต์ สังเกตเห็นประกายไฟจากหัวเชื่อมแก๊สของเพื่อนร่วมงานซึ่งอยู่ที่ห้องติดกันกระเด็นไปโดนสายท่อน้ำมันเบนซินของรถคันที่เกิดเหตุ ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นอย่างเร็ว จึงตะโกนบอกเพื่อนร่วมงานให้หนีออกมาด้านนอก พร้อมกับรีบนำถังดับเพลิงที่หน้าร้านจำหน่ายอะไหล่ ซึ่งอยู่ใกล้กัน นำมาดับไฟ แต่ถังดับเพลิงกลับใช้งานไม่ได้ จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี ให้มามาช่วยดับ โชคดีที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาเร็ว ทำให้รถยนต์และอุปกรณ์เครื่องมือช่างถูกไฟไหม้เสียหายแต่ไม่ลุกลามไปยังห้องข้างเคียง

 

ไฟไหม้อู่เคาะพ่นสีหนีตายอลหม่าน

 

ไฟไหม้อู่เคาะพ่นสีหนีตายอลหม่าน

 

ไฟไหม้อู่เคาะพ่นสีหนีตายอลหม่าน

 

               อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุของการเกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งนับว่าโชคดีที่ไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต