ข่าว

ปลัดกลาโหมปัดรัฐบาลปูนบำเน็จกองทัพ

ปลัดกลาโหมปัดรัฐบาลปูนบำเน็จกองทัพ

30 ก.ย. 2552

ปลัดกลาโหม ยันรัฐบาลทุ่มเงินให้เหล่าทัพซื้ออาวุธ ไม่ได้เป็นปูนบำเหน็จเอาใจทหาร แต่เป็นงบค้างปีสมัยรัฐบาล “สมัคร ” ยันไม่ใช่ช่วงขาขึ้นของกองทัพ ระบุมีหลายโครงการถูกพับ เผย “ ประวิตร ” สั่งเหล่าทัพซื้อวิธีพิเศษเลี่ยง ม. 190 เพื่อไม่ต้องซื้อแบบรัฐต่อรัฐ เหตุ

 (30ก.ย.) พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเงินงบประมาณให้กองทัพจัดซื้ออาวุธจำนวนมากว่า การที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบโครงการจัดหาและซ่อมยุทโธปกรณ์ของเหล่าทัพช่วงก่อนสิ้นปีงบประมาณมากเป็นพิเศษ ไม่ใช่การปูนบำเหน็จเอาใจกองทัพ แต่เป็นโครงการตามงบประมาณปี 2552 ที่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้อนุมัติไว้จำนวน 1.6 แสนล้านบาท โดยส่วนหนึ่งเป็นการจัดสรรเพื่อจัดหาเรื่องยุทโธปกรณ์ จากนั้นเป็นขั้นตอนในการร่างทีโออาร์ ประกวดราคา เพื่อเลือกบริษัทคู่สัญญา เสร็จแล้วต้องนำเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบอีกครั้ง

 “ อาจดูยุ่งยากแต่เป็นโครงการที่ต้องผูกพันงบประมาณ จึงต้องทยอยนำเข้า ครม.เพื่ออนุมัติมาตั้งแต่เดือนกันยายน สัปดาห์ที่แล้วจะมากหน่อยวงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท สัปดาห์นี้เป็นส่วนที่เหลือ ซึ่งยังเหลือค้างอีกหลายโครงการที่ต้องนำเข้าอีกวงเงินหลักร้อยล้านบาท ไม่รู้ว่าจะดำเนินการทันหรือไม่ เพราะเหลือแค่วันเดียวก็จะสิ้นปีงบประมาณ เพราะต้องบริหารจัดการให้เป็นไปตามที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ ถ้าใช้ไม่หมดก็มีความผิด รมว.คลัง พูดใน ครม.ว่าการใช้จ่ายงบฯ ต้องใช้ 92 % ของงบฯทั้งหมดที่ได้รับการจัดสรร ” พล.อ.อภิชาต กล่าว

 เมื่อถามว่า การจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษไม่ใช่แบบรัฐต่อรัฐอาจทำให้เกิดค่าคอมมิชชั่นมากขึ้น พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ตนกับรัฐมนตรีดูเรื่องนี้ร่วมกันมาโดยตลอด ส่วนตัวยืนยันได้ว่าไม่มีค่าคอมมิชชั่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เราเคยคิดซื้อแบบรัฐต่อรัฐแต่ก็ประสบปัญหาว่าการจัดซื้อต้องนำเข้ารัฐสภาตาม ม. 190 รมว.กลาโหม ก็สั่งการว่าต้องดำเนินการจัดซื้อในลักษณะประกวดราคา หรือการประมูล ไม่ต้องเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาจะได้ทำให้เร็วขึ้น เพราะการที่บริหารจัดการงบประมาณให้เป็นไปตามการจัดสรรก็จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดซื้อให้ดำเนินการได้

 “ ราคาที่ออกมาได้ต่อรองให้ราคาต่ำลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ วิธีการจัดซื้อแบบนี้ก็อาจถูกครหาว่ามีนอกมีในอะไรกันหรือไม่ คงต้องดูกันอย่างใกล้ชิด ยืนยันในส่วนการดำเนินการกรรมวิธีในการส่วนของผมไม่ให้มีข้อบกพร่องดูรายละเอียดอย่างครบถ้วนก่อนเสนอให้ รมว.กลาโหมลงนาม ซึ่งกองทัพก็ต้องดูแลในรายละเอียดในเรื่องหลักฐานการดำเนินการครบถ้วนถูกต้อง ที่ผ่านมาก็ไม่มีข้อสังเกตในทางที่ผิดสังเกต แน่นอนว่าการจัดหาแบบรัฐต่อรัฐมีประโยชน์ในแง่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของประเทศเหล่านั้น แต่เมื่อเรามีปัญหาข้อขัดข้องของเราก็ต้องบริหารจัดการให้ได้ ” พล.อ.อภิชาต กล่าว

 เมื่อถามว่า เป็นช่วงขาขึ้นของกองทัพที่รัฐบาลอนุมัติเงินงบประมาณให้จำนวนมาก พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า ภาพออกมาว่ารัฐบาลอนุมัติโครงการให้เหล่าทัพมาก แต่ไม่ได้เป็นช่วงขาขึ้นเป็นช่วงขาลงด้วยซ้ำ เพราะเป็นผลกระทบของงบประมาณโดยรวมของประเทศ เช่น การจัดหาเครื่องบินกริฟเฟ่น ของกองทัพอากาศเฟสที่ 2 อีก 6 ลำ ก็ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ความเป็นจริง 1 ฝูงต้องมี 18 ลำ แต่กองทัพอากาศก็อยู่บนพื้นฐานพอเพียงจึงขอแค่ 12 ลำ ทั้งนี้ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ทราบถึงปัญหาดังกล่าว ขณะนี้ยังไม่ได้ทำเรื่องเสนอมาในการตั้งโครงการในปีงบประมาณ 53 ส่วนกองทัพเรือโครงการจัดหาเรือดำน้ำก็ยังไม่ได้ดำเนินการ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกพอสมควร แต่สิงคโปร์ มาเลเซียมีเข้าประจำการแล้ว และเวียดนามกำลังจะมี แต่เรายังไม่เห็น แต่ในภาพรวมคิดว่าอนาคตมีความจำเป็นต้องมีเข้ามาประจำการ

 เมื่อถามถึงการที่ ครม.อนุมัติงบประมาณ 234 ล้านบาท ให้กองอำนวยการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) ที่ใช้ในช่วงปฏิบัติภารกิจเดือนเมษายนที่ผ่านมา พล.อ.อภิชาต กล่าวว่า เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ รวมทั้งความเสียหายของรถเมล ขสมก.ที่ถูกเผา และความเสียหายส่วนราชการที่รวมอยู่ด้วย ไม่ใช่งบประมาณส่วนใหญ่ที่ดูแลกองทัพในการดำเนินการทั้งหมด ความจริงเสนอความต้องการมานานแล้ว โดยให้สำนักงบประมาณหางบประมาณมาเจียดจ่ายให้ ส่วนงบประมาณในการรักษาความปลอดภัยที่ภูเก็ต วงเงิน 198 ล้านบาท เดิมตกลงกับกระทรวงการต่างประเทศว่า สำนักงบประมาณมีงบกลางให้ 100 ล้านบาท ขอให้ใช้งบรักษาความปลอดภัยการประชุม รมต.ต่างประเทศ แต่กระทรวงการต่างประเทศไม่มีเงิน ต้องมาของบกลางเพิ่มขึ้น เหล่าทัพที่ดำเนินการไปนั้นก็ยังไม่ได้รับงบประมาณมา ซึ่งอาจจะออกมาหลังจากงบฯ ของ กอฉ.ด้วยซ้ำไป สำหรับการประชุมอาเซียนซัมมิท ที่หัวหินคงจะมีการเสนอแผนงบประมาณในการประชุม ครม.ครั้งหน้า แต่กองทัพจะได้เงินหรือไม่นั้น ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะได้รับมอบภารกิจมาให้ทำงานก็ทำอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา งบประมาณส่วนอื่นสามารถเจียดจ่ายมาใช้ก่อนและนำมาทดแทนในภายหลัง