ข่าว

พระราชทานถุงยังชีพผู้ประสบภัยกิสนา

พระราชทานถุงยังชีพผู้ประสบภัยกิสนา

30 ก.ย. 2552

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระวรชายา พระราชทานถุงยังชีพให้แก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัยที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ผลพวงพายุ"กิสนา"เข้าพัทยาเรือท่องเที่ยวจม9ลำ

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศม์พระวรชายา  ทรงมีความห่วงใยราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ พล.อ.ต.จักรพงษ์  หอมไกรลาศ กรมวังผู้ใหญ่ กองงานพระวรชายาฯ เป็นผู้แทนพระองค์นำถุงยังชีพและของพระราชทาน จำนวน 1,000 ถุงไปมอบให้แก่ราษฎรที่ประสบอุทกภัย ณ วัดชนะชิงชัย ตำบลห้วยสะแก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

 ในการนี้นายกองเอกวิลาศ  รุจิวัฒนพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้การต้อนรับพร้อมกล่าวรายงานถึงสถานการณ์น้ำท่วมของจังหวัดเพชรบูรณ์ ว่าได้เกิดร่องความกดอากาศต่ำฝนได้ตกหนักตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2552 ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง หล่มเก่า ชนแดน วังโป่ง และอำเภอวิเชียรบุรี ทำความเสียหายแก่ทรัพย์สินบ้านเรือนของราษฎรและพื้นที่การเกษตรเป็นจำนวนมาก สำหรับพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับความเสียหายประมาณ 7,957 ไร่ ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 8,982 ครอบครัวซึ่งจังหวัดเพชรบูรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้นแล้ว

สำหรับความช่วยเหลือครั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ประสานกับสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์นำราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนเข้ารับถุงยังชีพและของพระราชทานจำนวน 1,000 ถุง ประกอบด้วยราษฎรในพื้นที่อำเภอเมืองจำนวน 2 ตำบล ได้แก่ตำบลห้วยสะแก และตำบลนายม จำนวน 500 คน ผู้แทนอำเภอชนแดนรับมอบ จำนวน 300 ถุง และผู้แทนอำเภอวังโป่งรับมอบ 200 ถุง

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯมอบถุงยังชีพซับน้ำตาชาวสองแคว

 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 ก.ย.52 ที่ศูนย์ประสานแผนและนโยบายอำเภอวังทอง จ.พิษณุโลก นายดิสธร วัชโรทัย ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายประสงค์ พิฑูรกิจจา เลาขามูลนิธิฯ และนายปรีชา เรืองจันทร์ ผวจ.พิษณุโลก ได้นำถุงยังชีพพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จำนวน 500 ชุด มามอบเพื่อให้การช่วยเหลือแก่ราษฎรในพื้นที่ อ.วังทอง จำนวน 16 หมู่บ้าน และ อ.เนินมะปราง 11 หมู่บ้าน รวม 500 ครอบครัว หลังประสบอุทกภัยจากพายุกิสนาจนได้รับความเดือดร้อน

 โดยราษฎรที่เดินทางมารอรับถุงยังชีพพระราชทานครั้งนี้ต่างปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงพระราชทานถุงยังชีพมาให้การช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนและขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวรโดยเร็ว

กลาโหมสั่งเหล่าทัพช่วยประชาชนประสบภัยน้ำท่วม

พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงมาตรการแก้ปัญหาน้ำท่วมจากพายุกิสนาในพื้นที่ภาคอีสานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้กองทัพไทยที่มีหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาดูแลในพื้นที่ รวมถึงทุกเหล่าทัพที่มีศักยภาพเพียงพอให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ ซึ่งกองทัพ สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที

 พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ เลย เพชรบูรณ์ แพร่ ตาก แม่ฮ่องสอน พิจิตร กำแพงเพชร และจันทบุรี ที่ทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 819 ครัวเรือนกว่า 2,607 คน ซึ่งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม ได้จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ไปให้ความช่วยเหลือประชาชน และสนับสนุนส่วนราชการในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น 163 นาย ยุทโธปกรณ์ แบ่งเป็นรถยนต์บรรทุก 17 คัน เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ และถุงยังชีพ จำนวน 166 ถุง นอกจากนี้ยังให้ศูนย์บรรเทาสาธารณ ภัยกระทรวงกลาโหม ประสานงานร่วมกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของกองทัพ จัดเตรียมกำลังพลพร้อมยุทโธปกรณ์ให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 11 จังหวัด ที่จะได้รับผลกระทบจากพายุกิสนา และยังขอให้ประชาชนเตรียมการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายที่รุนแรง หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม เบอร์โทรศัพท์ 02-622 3606

ผอ.ศูนย์อุทกวิทยาฯยันระดับน้ำปิงปกติห่างจุดวิกฤติ

 นายธาดา สุขะปุณพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคเหนือตอนบน เปิดเผยว่า แม้ว่าพายุดีเปรสชั่นกิสนาจะเคลื่อนเข้าประเทศไทยแล้ว  แต่ไม่กระทบกับภาคเหนือตอนบนอย่างแน่นอน เพราะเข้าสู่ประเทศไทยในภาคอีสานตอนล่าง ประกอบกับได้อ่อนกำลังลงจากไต้ฝุ่นเป็นดีเปรสชั่นแล้ว ส่วนฝนที่ตกในภาคเหนือขณะนี้ถือเป็นฝนตามฤดูกาลเป็นผลเนื่องจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ คาดว่าจะตกต่อเนื่องจนถึงเดือนต.ค.

 สำหรับระดับน้ำปิงที่ตรวจวัด P67 บ้านแม่แต อ.สันทราย ล่าสุดเช้าวันนี้ (30 ก.ย.) เวลา 06.00 น. วัดได้ 0.71 เมตร วัดปริมาณน้ำฝนได้ 38 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอยู่ในระดับปกติ ซึ่งระดับวิกฤตอยู่ที่ระดับ 4.10 เมตร ส่วนที่จุดตรวจวัด P1 สะพานนวรัฐ อเมือง นั้นวัดความสูงระดับน้ำได้ 1.69 เมตร ปริมาณน้ำฝน 79 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ห่างจากจุดวิกฤตที่ระดับ 3.70 เมตร ดังนั้น สถานการณ์ภาพรวมของจังหวัดเชียงใหม่จึงไม่น่ากังวลแต่อย่างใด

ยันพายุกิสนาไม่กระทบบั้งไฟพญานาครร.ยิ้มยอดจอง 80%

 ในช่วงเทศกาลออกพรรษาเป็นประจำทุกปี จังหวัดหนองคาย ได้จัดงานประเพณีออกพรรษา บั้งไฟพญานาค โดยในปีนี้กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 1-7 ต.ค. ที่บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่ง ท่าน้ำวัดศรีบุญเรือง เขตเทศบาลเมืองนคร และที่เป็นไฮไลท์ของงาน คือช่วงค่ำวันที่ 4 ต.ค. ซึ่งเป็นวันออกพรรษา ตรงกับ 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นวันที่เกิดปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาค โดยเฉพาะในเขต อ.โพนพิสัย และรัตนวาปี ซึ่งจะเกิดปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาคเป็นจำนวนมาก

 นางอรัญญา สุจนิล ประธานหอการค้าจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า แม้ว่าในช่วงนี้จะทั่วภาคอีสานจะได้รับผลกระทบจากพายุกิสนา แต่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากสุด คือ มุกดาหาร และอุบลราชธานี ส่วนจังหวัดหนองคายนั้นไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยในช่วงเช้าวันนี้มีฝนตกปรอยๆ เท่านั้น และในช่วงบ่ายก็ได้หยุดตกแล้ว ทำให้คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลออกพรรษและบั้งไฟพญานาค ซึ่งจะเกิดปรากฎการณ์ในวันที่ 4 ต.ค.นี้ คาดว่าพายุจะพัดผ่านไปแล้ว จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการชมปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาค และคาดว่านักท่องเที่ยวจะยังคงเดินทางมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก

 "จากการสอบถามผู้ประกอบการที่พักโรงแรม เกสเฮ้าส์ และอพาร์ทเม้นท์ในจังหวัดหนองคายที่มีอยู่ประมาณ 2,000 ห้อง พบว่าในปีนี้มียอดจองห้องพักจนเก็บเต็ม ขณะเดียวกันก็คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาชมปรากฎการณ์ดังกล่าวประมาณ 100,000 คน ซึ่งน่าจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ส่วนค่าใช้จ่ายต่อคน/วันโดยเฉลี่ยประมาณ 1,000 บาท ซึ่งคาดว่าในช่วงเทศกาลออกพรรษาจะมีเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท"

 ประธานหอการค้าจังหวัดหนองคาย ยังระบุด้วยว่า ปีนี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงขึ้นจากปีก่อน เพราะจีนได้ปล่อยน้ำลงมา จึงคาดการณ์ว่าน่าจะเกิดปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาคเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาบั้งไฟพญานาคขึ้นน้อย เพราะระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลง

 ด้านแหล่งข่าวจากโรงแรมแม่โขงรอยัล จังหวัดหนองคาย ซึ่งมีห้องพักให้บริการ 100 กว่าห้อง เปิดเผยว่า ยอดจองห้องพักในช่วงเทศกาลออกพรรษาและบั้งไฟพญานาคในปีนี้มียอดจองเข้ามาแล้วประมาณ 80% ซึ่งสูงกว่าปีก่อนที่มียอดจองประมาณ 50% โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นแบบกรุ๊ปทัวร์และแบบครอบครัวจากทางภาคกลาง ซึ่งได้จองมาหลายเดือนแล้ว อย่างไรก็ตาม พายุกิสนาที่พัดผ่านภาคอีสานในขณะนี้ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเทศกาลออกพรรษาและบั้งไฟพญานาคแต่อย่างใด

 นายธัมมารัตน์ นาคทอง นายอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า คาดว่าในช่วงวันที่ 3-4 ต.ค.ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และตรงกับเทศกาลออกพรรษา และปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาค พายุกิสนาน่าจะพัดผ่านไปแล้ว จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการเดินทางมาท่องเที่ยวของประชาชน

 ส่วนการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ทางอำเภอได้ร่วมกับตำรวจ เทศบาล อบต. เจ้าหน้าที่ อปพร. ชรบ.ตำรวจคอยดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็ได้จัดทำป้ายเชิญชวน ป้ายต้อนรับ และป้ายแนะนำเส้นทางจราจรทั้ง 6 เส้นทาง สำหรับผู้ที่มาจาก จ.หนองคาย อุดรธานี และสกลนคร ส่วนบริเวณเส้นทางริมโขงได้จัดให้เดินรถทางเดียว (วันเวย์) เพื่อแก้ปัญหารถติด

เขื่อนลำปาวเร่งปล่อยน้ำรับมือ"กิสนา"

 นายเดชา  ตันติยวรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ขอความร่วมมือกับข้าราชการทุกภาคส่วน โดยเฉพาะนายอำเภอทั้ง 18 อำเภอ ให้กำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและมิสเตอร์เตือนภัยรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ อสม.กว่า 5 หมื่นคน ให้ช่วยกันรับมือปัญหาน้ำไหลบ่าที่อาจจะเกิดจาพายุกิสนาที่จะพาดผ่านเข้ามาในพื้นที่กาฬสินธุ์วันนี้ เนื่องจากทราบว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาวมีปริมาณมากถึงร้อยละ 90 ของความจุอ่าง หรือ 1,280 ล้าน ลบ.ม.และเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดจากน้ำไหลบ่าเข้าตัวเขื่อนจากหลายจังหวัดจึงต้องเร่งทำการระบายน้ำลงลำน้ำปาว ลำน้ำชี ทั้งนี้คาดว่าในแต่ละวันจะมีน้ำไหลจากเขื่อนมาถึงวันละ 15 ล้าน ลบ.ม.ซึ่งหากมีปริมาณน้ำมากก็จะทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมทันที

 ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ แจ้งว่า สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมจะมี 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.กมลาไสย อ.ร่องคำ อ.ฆ้องชัย อ.ยางตลาด และอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะชาวบ้านที่อาศัยอยู่ติดกับลำน้ำต้องระวัง และเป็นไปได้ในช่วงนี้ไม่สำหรับชาวประมงในพื้นที่ลำน้ำควรงดหาปลาเพื่อป้องกันปัญหากระแสน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้

 ผลพวงพายุ"กิสนา"เข้าพัทยาเรือท่องเที่ยวจม9ลำ

 เมื่อเวลา 14.00 น.  วันที่ 30 ก.ย.  นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา นาย สนิท บุญมาฉาย สมาชิกเมืองพัทยา พร้อมทีมหน่วยกู้ภัยทางทะเล นำเรือกู้ภัย ออกตรวจสอบ บริเวณอ่าวพัทยา หมู่ 7 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งว่า ช่วงคืนที่ผ่านมาเกิด พายุ “ กิสนา ” ได้พัดเข้าฝั่งส่งผลให้มี เรือรับ - ส่งนักท่องเที่ยว เกาะล้าน อับปางจำนวนหลายลำ  โดยเรือที่อับปางดังกล่าว เป็นเรือ 2 ชั้น สำหรับ รับ - ส่ง นักท่องเที่ยว พัทยา - เกาะล้าน จอดทอดสมอ อยู่กลางอ่าวพัทยา ถูกคลื่นซัดความสูง 2 เมตร  พัดจนจมลง   ซึ่งบางลำลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำทะเล อีกทั้งยังมีเรือบางลำ คลื่นซัดตัวเรือ ไปกระแทกกับ ร้านอาหาร ที่อยู่ใกล้เคียงจุดจอดเรือ  ขณะนี้ทางเมืองพัทยาเตรียมหามาตรการทำการช่วยเหลือ กู้ซากเรือ  หลังจากคลื่นลมสงบลง