ข่าว

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

24 ธ.ค. 2560

สัมผัสความงดงามแห่งฤดูใบไม้ร่วงที่ปูซาน : เรื่องโดย ประดิษฐ์ พูลสาริกิจ

 

               สายลมเย็นโชย แสงแดดอ่อนรอดทะลุใบไม้สีแดง ส้ม เหลือง ตัดกับท้องฟ้าสีคราม ขณะที่อีกหลายใบร่วงปลิวไปตามพื้น หนุ่มสาว เด็กเล็ก รวมทั้งผู้สูงอายุจูงมือคู่ชีวิตในชุดรัดกุมหลากสีเดินไปตามทางใต้ทิวแถวของต้นไม้ เป็นภาพที่สวยงามตระการตา กระตุ้นความรู้สึกให้นึกถึงภาพวาด Walking in Autumn ของ Paul Gauguin ศิลปินโพสต์อิมเพรสชั่นนิสม์ ที่เป็นภาพคนสามคนกำลังเดินเล่น ข้างทางเป็นต้นไม้สีส้ม ท้องฟ้าสีน้ำเงิน พื้นเขียวน้ำเงินเข้มเปื้ยนสีแดงของใบไม้ และอีกหลายๆ ภาพของเขาที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสสวยงามเข้ากับฤดูกาล

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               ปูซาน เป็นเมืองขนาดใหญ่อันดับสองของเกาหลีใต้ เป็นเมืองตากอากาศที่คุณจะพบชายหาดทอดยาว  เกาะแก่งหลากหลาย ธรรมชาติ ป่าไม้ที่มีสีสันสวยงาม รวมทั้งแหล่งอารยธรรม แหล่งรวมอาหารท้องถิ่นจากทุกภาคของประเทศ อีกทั้งที่พักและการคมนาคมก็สะดวกสบาย ทำให้การไปเยือนเป็นเรื่องง่าย  

               ทริปนี้ถือเป็นครั้งแรกของผมที่มาเที่ยวเมืองปูซาน แต่เป็นครั้งที่สองที่มาเกาหลีใต้ โดยครั้งแรกนั้นผมแค่มาต่อเครื่องที่นี่เพื่อไปที่เกาะเจจู แต่ทริปนี้ผมเป็นแขกเดินทางร่วมกับ HAPPY KOREA โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ร่วมกับบริษัท HAPPY KOREA By KTCC ให้การสนับสนุนการเดินทาง

               Mr. Shim Jeong-Bo, President of Busan Tourism Organisation ได้ให้การต้อนรับคณะของพวกเรา เขาเล่าว่า เมืองปูซานติด 1 ใน 52 เมืองน่าท่องเที่ยวของโลกในปี ค.ศ. 2017 ของเดอะนิวยอร์กไทม์ นอกจากความความทันสมัยแล้ว ที่นี่ยังมีธรรมชาติที่ยอดเยี่ยม เป็นเมืองท่าเรืออันดับ 1 ของเกาหลีใต้ และอันดับ 5 ของโลก ในช่วงสงครามเกาหลี คนเกาหลีทุกภูมิภาคอพยพมาที่ปูซาน ที่นี่จึงเป็นแหล่งรวมอาหารและวัฒนธรรมเกาหลีจากทุกภาค รัฐบาลเกาหลีใต้จึงพยายามประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักเมืองนี้ และจากการสำรวจของ booking.com ปูซานติดอันดับหนึ่งด้านอาหารที่น่าสนใจจากทั้งหมดสิบเมืองในเอเชีย

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               นอกจากนี้ระบบขนส่งสาธารณะของปูซานยังสะดวก เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวและที่พักได้ง่าย  ที่นี่มีงานเทศกาลทั้งปี เช่น เทศกาลภาพยนตร์ เทศกาลดอกไม้ไฟ และ Busan One Asia Festival ซึ่งเป็นเทศกาลเกี่ยวกับ K-POP เป็นต้น ซีรีส์เกาหลีที่เราติดตามกัน 50% นั้นก็ถ่ายทำที่ปูซาน  

               มีข้อมูลในปี ค.ศ. 2017 ช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคมว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณสองล้านสองแสนคนมาเที่ยวที่ปูซาน อันดับหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น รองลงมาเป็นจีนและเวียดนามตามลำดับ แต่ปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 15% ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจีนเสีย 50% เนื่องจากปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ แต่นักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นมีจำนวนเพิ่มขึ้น รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยด้วย Mr. Shim กล่าว

               คุณตุ๊กตา หรือ Hong Ji Hee, CEO ของ Korea Thailand Communication Centre เล่าว่าให้ฟังว่า ทัวร์เกาหลีที่แข่งขันกันทำราคาต่ำๆ นั้นได้ทำลายธุรกิจท่องเที่ยวเกาหลีไปเป็นอย่างมาก แต่กับทัวร์ระดับ incentive ที่เป็นตลาดที่ราคาสูงขึ้นมานั้นทำให้ลูกทัวร์ประทับใจได้จากการเที่ยวแบบเจาะลึก ได้กินอาหารดี ๆ ในแบบที่คนเกาหลีกินกันจริงๆ รวมทั้งโรงแรมที่พักชั้นดี

               ในการเดินทางครั้งนี้เราไปกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วง อากาศกำลังเย็นสบาย ทำให้ไม่เหนื่อยมากนักกับการเดินขึ้นลงเขา หลังจากลงเครื่องที่สนามบินกิมแฮ เมืองปูซาน พวกเรามุ่งหน้าลงใต้ไปที่ทงยอง (Tongyeong)

               กระเช้าลอยฟ้าพาขึ้นเขามิรุกซา (Mt Mireusan) ป่าไม้เบื้องล่างที่นี่เพิ่งจะเร่ิม ๆ เปลี่ยนสี พอให้ได้เห็นสีส้ม สีแดงบ้างเป็นหย่อมๆ หากเรามาช้าอีกสัก 10 วันก็น่าจะได้เห็นผืนป่าเป็นสีส้มแดงทั้งผืน  บนเขามิรุกซามีจุดชมวิว 4 จุด ระหว่างทางเดินรอดซุ้มต้นสน ใบไม้หลากสี มีจุดให้เราถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เช่น ประติมากรรมเรียงหินรูปหัวใจ เรือรบเต่าก่อด้วยหิน และตุ๊กตามาสคอตตามจุดชมวิวน่ารักๆ  

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               บนยอดสุดมีแท่งหินสลักตัวเลขความสูงของยอดเขามิรุกซาตั้งตระหง่านพร้อมด้วยทัศนียภาพ 360 องศา เห็นชายฝั่งทะเลใต้ของเมืองปูซาน ทางทิศใต้ของเมืองทงยองมีเกาะแก่งสวยงามมากมาย มองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้อาจจะเห็นเกาะสึชิมะ (Tsushima)  ของญี่ปุ่นที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 80 กิโลเมตร รวมทั้งสมรภูมิรบทางทะเลในสมัยโบราณ ทิศเหนือเป็นเนินเขาที่ป่าไม้ยังอุดมสมบูรณ์

               ใกล้ ๆ กันที่ตีนเขา Yeohwangsan ไม่ไกลจากเขามิรุกซาเป็นที่ตั้งของฐานบัญชาการเซเบียงกวาน (Sebyeonggwan) ศูนย์กลางของอดีตศูนย์บัญชาการกองทัพเรือ Samdosuguntongjeyeong สมัยราชวงศ์โชซ็อน  ในอดีต เกาหลีและญี่ปุ่นทำสงครามกันมาอย่างยาวนาน ครั้งหนึ่งญี่ปุ่นยกกองเรือ 300 กว่าลำบุกมาที่นี่ นายพลอีซุนชินได้คิดค้นสร้างเรือเต่า หรือเรือโคบุกซอน 12 ลำ ซึ่งถือว่าเป็นเรือรบหุ้มเกราะลำแรกของโลก เพื่อใช้สู้รบกับกองทัพเรือญี่ปุ่นจนชนะหลายครั้ง

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               แต่ท้ายสุดในช่วงที่ญี่ปุ่นเข้ายึดครองเกาหลี สถานที่แห่งนี้ถูกทหารญี่ปุ่นทำลาย อาคารต่าง ๆ นับร้อยหลังในค่ายเหลือเพียงอาคารหลักหลังใหญ่ (Sebyeonggwan Hall) เพียงหลังเดียว เพื่อเอาไว้ใช้เป็นโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น เป็นอาคารโถงเปิดโล่งใช้เสาไม้ขนาดใหญ่ ตกแต่งลวดลายเขียนสีตามขื่อและคานสีสันสวยงามตามแบบสมัยโชซ็อน ป้ายชื่อ Sebyeonggwan เขียนโดยนายพลอีซุนชิน ในภาษาเกาหลีแปลว่า การล้างทำความสะอาดอาวุธ เป็นการสื่อความหมายถึงความหวังและสันติภาพ  ปัจจุบันได้มีการสร้างและบูรณะอาคารขึ้นมาใหม่ ได้กลับมา 43 หลัง ใช้เวลา 13 ปี และขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของประเทศ 

               พวกเรานั่งรถย้อนกลับขึ้นมาที่ปูซาน

               ที่เขากึมจองซาน (Geumjeongsan) ใบไม้เปลี่ยนสีเกือบจะทั่วทั้งป่าแล้ว ที่นี่เป็นที่เดินป่าฝ่าทะเลหิน (Sea of Rock) ชมหน้าผา และความงามทางธรรมชาติ และเป็นที่ตั้งของวัดบอมอซา (Beomeosa) ระหว่างทางเดินขึ้นเนินเขาไปวัดนั้นถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่หลากสีสันสวยงามร่มรื่น ทั้งใบเมเปิ้ล ใบแปะก๊วย และใบอื่น ๆ อีกหลายชนิดเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม เหลือง สวยงามตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก  จำนวนผู้คนที่นี่ค่อนข้างคึกคัก เพราะมาที่เดียวได้สองเด้งคือได้ทั้งชมธรรมชาติและเข้าวัดไหว้พระสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ชมความงามของวัดเก่าแก่อายุ 1,300 ปี ที่สร้างขึ้นช่วงสมัยอาณาจักรชิลลา

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               การที่วัดตั้งอยู่บนเขาก็เพื่อหลีกเร้นจากความวุ่นวายของสังคมเมือง และอาศัยความสงบบนป่าเขาเพื่อสวดมนต์ภาวนาสงบจิตใจ วัดเก่าแก่แห่งนี้เคยถูกญี่ปุ่นทำลายไปบางส่วนเมื่อปี ค.ศ.1592 แต่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.1713 งานสถาปัตยกรรมของที่นี่ละเอียดอ่อน สีสันสวยงาม อาจเรียกได้ว่าเป็นที่สุดหรืออันดับต้น ๆ ของเกาหลีเลยก็ว่าได้  

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               สถานที่ตั้งที่สวยงามท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติกับลายเขียนสีบนสถาปัตยกรรมของวัดต่างเกื้อหนุนกัน ส่งผลทางความงามให้เป็นหนึ่งเดียว ภายในวัดมีวิหารต่างๆ และกุฏิสงฆ์ตั้งเรียงรายลดหลั่นอยู่ตามเชิงเขาหลายหลัง เเต่ละหลังมีพระพุทธรูปประดิษฐาน ภายใน มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ ในวันที่เราไปนั้นมีพุทธศาสนิกชนเข้าไปสวดมนต์อยู่ในวิหารต่างๆ จำนวนมาก  บางวิหารผู้คนล้นออกมาที่ระเบียงด้านนอก บ้างก้มกราบ บ้างพนมมือถือหนังสือสวดมนต์ท่ามกลางแดดอ่อนๆ ดูแล้วน่าศรัทธาเลื่อมใสยิ่งนัก

               อีกสถานที่หนึ่งที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้คือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Clayarch Gimhae Museum เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นแต่กลมกลืนกับธรรมชาติ  ชื่อ “Clayarch” เป็นคำประสมของ clay และ arch ซึ่งเป็นคำย่อของ “architecture” รวมเป็น Clayarch มีเป้าหมายเพื่อค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างเซรามิกและสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็นทิศทางใหม่สำหรับงานศิลปะเซรามิก

               พิพิธภัณฑ์นี้ประกอบด้วยอาคารหลายอาคารแต่ที่สำคัญคือ Dome House เป็นห้องนิทรรศการทรงโดม และ Clayarch Tower เป็นแลนด์มาร์กของที่นี่ ผนังภายนอกประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ (Fired Painting) เขียนสีสีสันสดใสไม่ซ้ำกันจำนวน 5,036 แผ่น ออกแบบโดย Sang Ho Shin ศิลปินชื่อดังของเกาหลีใต้ บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงเครื่องแต่งกายของงานสถาปัยกรรม (Fired Painting - Architecture Changing its Attire) เบื้องหลังสุนทรียภาพแห่งการแสดงออกนี้ค่อย ๆ ส่งผ่านอย่างเป็นธรรมชาติผ่านกระบวนการเผาดินเป็นกระเบื้องเคลือบเขียนสีสีสันสดใส

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               ภาพวาดที่วาดบนกระดาษหรือบนผืนผ้าใบอาจไม่ยั่งยืน แต่ภาพวาดบนกระเบื้องเซรามิกคงอยู่ตลอดไป

               ตัวอาคารและลวดลายประดับมีลักษณะเป็นรูปทรงเรขาคณิต มีความขัดแย้งอยู่ในทีกับต้นไม้และธรรมชาติภายนอก แต่ถูกผูกประสานรวมกันได้ด้วยสีสันทั้งจากกระเบื้องและใบไม้หลากสี โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้

               วันที่เราเข้าชมเป็นช่วงเวลาที่ห้องนิทรรศการทรงโดมจัดแสดงนิทรรศการศิลปะจากเซรามิก From, In, To Jingdezhen; Eight Experiences โดย 8 ศิลปิน Derek Au,  Felicity Aylieff,  Jin Zhenhua,  Lee Seunghee,  Thomas Schmidt + Jeffrey Miller,  Takeshi Yasuda,  Wang Jian,  Zhang Ming

               นิทรรศการนี้รวบรวมวิสัยทัศน์ของศิลปินเก้าคน (ศิลปินเดี่ยวเจ็ดคน และศิลปินคู่หนึ่งคู่) ที่โชคชะตาพาให้ได้ทำเวิร์กชอปร่วมกันที่ Jingdezhen ซึ่งถือว่าเป็นเมืองหลวงของเครื่องลายครามของประเทศจีน และได้นำผลงานศิลปะเซรามิกร่วมสมัยมาจัดแสดงที่นี่ โดยนิทรรศการนี้จัดแสดงไปจนถึงเดือนมีนาคม 2018

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               Mr. Kim Jinho, manager of PR & support  เล่าว่า ในอดีต Gimhae เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านที่ผลิตเครื่องเซรามิก Buncheong ในสมัยโชซ็อน และ Gaya ซึ่งเป็นเซรามิกคุณภาพดี ดินที่ใช้มีสีสันหลากหลาย จึงเลือกสถานที่แห่งนี้เป็น Clayarch Gimhae Museum

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               ด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและธรรมชาติที่สวยงาม ที่นี่จึงมีมุมสวย ๆ สำหรับถ่ายภาพ รวมทั้งเป็นที่ถ่ายทำซีรีส์เหมือนกับหลาย ๆ สถานที่ที่เราไป

               เรื่องของสีสันยังไม่จบ คราวนี้ไปดูอะไรออกจะพาสเทลหน่อย เราไปกันที่หมู่บ้านวัฒนธรรมกัมชอน (Gamchoen Culture Village) หรือเรียกว่า “Korea’s Santorini” หรืออีกชื่อคือ  Machu Picchu of Busan ชื่อเรียกนี้มาจากลักษณะอันโดดเด่นของหมู่บ้านสีสันสดใสที่ตั้งอยู่บนเนินเขา เรียงตัวสลับกันไปมา

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               ต้องขอเล่าย้อนไปในช่วงสงครามเกาหลี เกาหลีเหนือรุกคืบยึดกรุงโชล คนเกาหลีใต้อพยบหนีสงครามลงใต้มาถึงปูซาน ปักหลักที่หุบเขาที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ สร้างบ้านเรือนเบียดเสียดเรียงรายสลับไปมาตามทางเดินเป็นขั้นบันได พอสงครามสิ้นสุดลง นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวทะเลที่อยู่ใกล้ๆ มองขึ้นมาบนเนินเขาเห็นหลังคาบ้านสีฟ้าสดใสจึงเริ่มมีคนขึ้นมาเที่ยว

               ต่อมารัฐบาลจึงส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีการพัฒนาปรับปรุงทัศนียภาพให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น โดยปรับเปลี่ยน หมู่บ้านให้มีสีสันโดดเด่นด้วยการทาสี วาดภาพตามกําแพงและตัวบ้านให้ดูสดใสน่ารัก รวมทั้งนำศิลปินเข้ามาสร้างผลงานศิลปะ บ้านเรือนหลายหลังเปลี่ยนเป็นสตูดิโอและแกลเลอรี บางจุดเป็นร้านขายสินค้า ทั้งสินค้าพื้นเมือง สินค้าสมัยใหม่ รวมไปถึงอาหาร ร้านกาแฟ ถือเป็นหนึ่งในลิสต์ของชาวฮิปสเตอร์ที่ห้ามพลาด

               อากาศเย็นสบายเหมาะกับการสันทนาการ

               ทีมงานพาเรานั่งรถออกไปนอกตัวเมืองกิมแฮ สองข้างทางเป็นทุ่งนาและภูเขา เราไปปั่นจักรยานบนรางรถไฟ (Bridge rail bike) ที่ Gimhae Nakdong-gang Railpark เป็นจักรยานสี่ล้อสี่ที่นั่ง ใช้คนปั่นสองคนไปตามรางรถไฟที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เขาดัดแปลงมาใช้กับจักรยานซึ่งมีหลายคัน เราปั่นรอดซุ้มสะพานโครงเหล็กที่ทอดยาวข้ามแม่น้ำ แสงแดดอ่อนไม่ทำให้ร้อน แต่แสงทำให้เกิดเงาของโครงสะพานเป็นสายไขว้ไปมาบนพื้น แม่น้ำกว้าง มองเห็นสะพานโครงเหล็กคู่ขนาน ยอดหญ้าไหวตามลม ทิวเขาลิบ ๆ และท้องฟ้าสีครามสดใส ช่างปลอดโปร่งโล่งสบาย

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               เมื่อปั่นข้ามสะพานแล้วก็ขึ้นจุดหมุนวนแล้วปั่นกลับ รวมระยะทาง 3 กิโลเมตร ไม่ไกลเกินไป แต่ก็เล่นเอาแข้งขาอ่อนไปได้เหมือนกันครับ ดีที่อากาศสดชื่นเย็นสบายทำให้หายใจกันได้เต็มปอด  พอลงจักรยานที่จุดเดิม เราเดินต่อตามรางรถไฟไปอีกไม่กี่ก้าวก็ถึงปากทางเข้าอุโมงค์ ที่นี่คือ Raspberry Wine Cave ซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟเก่าที่แปรสภาพมาเป็นที่บ่มและขายไวน์ราสเบอร์รีรสชาติเยี่ยมขึ้นชื่อของกิมแฮ เราเดินเข้าไปในอุโมงค์ลึกหลายร้อยเมตร ที่นี่ตกแต่งด้วยไฟสวยงาม มีจุดสลัว จุดสว่าง มีไฟส่องให้เราถ่ายรูปได้ ในนี้มีเคาน์เตอร์บาร์ให้นั่งดื่มไวน์ท่ามกลางบรรยากาศสลัว ๆ โรแมนติก แน่นอนเราต้องลอง มันช่างเป็นไวน์ที่ดื่มง่าย มีความหอมหวานของราสเบอร์รี ให้ความสดชื่นสนุกสนานขึ้นมาเลยทีเดียว น่าประทับใจครับ

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               สุดท้ายจะไม่พูดถึงเรื่องอาหารได้ยังไง

               อาหารเกาหลีนั้นมีรสชาติอ่อนๆ เน้นความเป็นธรรมชาติ ความสด ทั้งอาหารทะเลอย่างปูยักษ์ Snow Crab ที่นึ่งใหม่ๆ สด หวาน อร่อย หรือ Galmi Shabu Shabu หอยนางนวลชาบูที่จับจากธรรมชาติ ทำกันสดๆ ต้มพร้อมผักสดชนิดต่าง ๆ เช่น ผักกาด กะหล่ำปลี หัวไช้เท้า ให้รสชาติหอมหวานของเนื้อหอยมาก

               ไก่ตุ๋นสมุนไพร เป็นไก่สดทั้งตัวที่ถูกเลี้ยงตามธรรมชาติตุ๋นรวมกับสมุนไพรอยู่ในหม้อดินเผา ตั้งบนเตาไฟกลิ่นหอมฉุย พร้อมเครื่องเคียงแบบเกาหลีมากมาย

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               เมนูปิ้งย่างเช่น เมนูคาลบี เป็นอาหารแบบปิ้งย่างที่มีชื่อเสียงของเกาหลี ใช้ซี่โครงหมูหมักกับเครื่องปรุงจนเนื้อนุ่มแล้วนำไปย่างบนตะแกงโลหะซี่เล็กๆ บนเตาไฟร้อนๆ กินกับเครื่องเคียง

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               เซ็ตปลาย่าง (Roasted fish)

               สมกับเป็นเมืองที่โอบล้อมด้วยทะเล ปลาซาบะและปลาคังฉิย่างชิ้นโตเบ้อเร่อ แบะเห็นเนื้อที่ผ่านความร้อนสีน้ำตาลสวยน่ากิน ทั้งหมดล้วนกินกับเครื่องเคียงประเภทกิมจิ

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               อาหารเกาหลีถือเป็นอาหารสุขภาพ นอกจากกิมจิจะเต็มไปด้วยวิตามิน ยังอัดแน่นไปด้วยจุลินทรีย์แล็กโตบาซิลัส (Lactobacillus) ที่ให้กรดแล็กติก ที่เกิดขึ้นจากการกระบวนการหมักดอง ซึ่งเป็นประโยชน์กับสุขภาพของช่องท้องอย่างมาก กิมจิมีกว่า 200 ชนิดครับ 5 อันดับแรกที่นิยมกันคือ กิมจิผักกาด กิมจิหัวไช้เท้า กิมจิแตงกวา กิมจิคะน้า กิมจิต้นหอม

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

ความงามแห่งฤดูใบไม้ร่วง ที่ปูซาน

               แม้อาหารเกาหลีจะรสชาติค่อนข้างอ่อน แต่เราเพิ่มความเข้มข้นได้จากเครื่องเคียงทั้งกิมจิ เต้าเจี้ยว น้ำจิ้มต่างๆ เท่านี้ก็ช่วยเสริมรสชาติความอร่อยได้แล้ว  ผมกินอาหารเกาหลีแล้วรู้สึกได้ถึงความโล่งสบายตัวนะ…

               แล้วพบกันใหม่ครับ ปูซาน