
อภิสิทธิ์ระบุวิป3ฝ่ายนัดหารือแก้รธน.ศุกร์นี้
ชินวรณ์ เผย หลังวิป3ฝ่ายประชุมร่วมกันเตรียมหาวันถกอภิสิทธิ์"หาแนวทางแก้รธน.เชื่อได้ข้อยุติ "ชี้"การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะนำไปสู่ความสมานฉันท์
(30ก.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงาน(วิป)พรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า วันที่ 1 ต.ค.นี้ เวลา 10.00 น. คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้านและวุฒิสภาหรือวิป 3 ฝ่ายได้มีการนัดประชุมร่วมกัน เพื่อหารือให้ได้ข้อยุติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มอบหมายให้แต่ละฝ่ายไปศึกษา ไม่ว่าจะเป็นวิธีการยกร่างและกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันมาแล้วว่าพร้อมที่จะมาร่วมหารือด้วย ซึ่งคิดว่าหลังจากวิปทั้ง 3 ฝ่ายหารือแล้ว ตนจะเรียนราย งานต่อนายกรัฐมนตรีว่า จะเชิญวิปทั้ง 3 ฝ่ายไปหารืออย่างเป็นทางการได้วันไหน
ทั้งนี้ตนจะขอความเห็นจากวิป 3 ฝ่าย ว่าช่วงประชุมร่วมกับนายกฯนั้น แต่ละฝ่ายควรมีตัวแทนเท่าไหร่ และกรอบที่จะพูดคุยควรเป็นอย่างไร ที่สำคัญที่สุดคืออยากเห็นกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นในการปฎิรูปการเมืองและการสร้างความสมานฉันท์อย่างแท้จริง และคิดว่าคงจะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้มีการต่อรองกับพรรคภูมิใจไทยเรื่องการทำประชามติ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ไม่ได้เป็นเรื่องของการต่อรองกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยเฉพาะ แต่วันนี้ทุกฝ่ายจะต้องต่อรองกับพี่น้องประชาชน คือกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะต้องทำให้ประชาชนเห็นว่า ถึงแม้จะมีประเด็นที่อาจจะเกี่ยวข้องทางการเมืองโดยตรง แต่ประเด็นเหล่านี้ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะนำไปสู่ความสมานฉันท์ได้ ซึ่งกระบวนการที่จะทำให้ประชาชนมั่นใจคือการมีส่วนร่วมของประชาชน
ส่วนกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยระบุว่า น่าจะมีการพิจารณาผ่านวาระแรกไปก่อนแล้วค่อนทำประชามติ นายชินวรณ์ กล่าวว่า รายละเอียดคุยกันได้หมด และคิดว่าถ้ากรอบหลักการตรงนี้ผ่านและได้ประชาชนกับนายกฯอย่างเป็นทางการ และได้ข้อยุติแล้ว ในเรื่องรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องการพิจารณาสอบถามความคิดเห็น หรือประเด็นที่จะยกร่างเป็นรายมาตรา ตลอดจนการทำประชามติ ซึ่งก่อนได้ข้อยุติก็สามารถพูดคุยกันได้ไม่มีปัญหา
อย่างไรก็ตามการทำประชามติจะทำก่อนหรือหลังการพิจารณานั้นยังไม่ได้มีการพูดจากัน เพราะทุกพรรคอยากฟังผลการหารือของวิป 3 ฝ่ายและนายกฯก่อน ซึ่งคิดว่าจะได้ข้อยุติเป็นที่สุด และนำไปสู่กระบวนการที่จะต้องดำเนินการต่อไป
อภิสิทธิ์ระบุวิป3ฝ่ายนัดหารือแก้รธน.ศุกร์นี้
เมื่อเวลา13.00น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการนัดคุยวิป 3 ฝ่ายในการแก้ไขรัฐธรรรมนูญว่า นายชินวรณ์ บุญยเกียติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรครว่มรัฐบาล(วิปรัฐบาล)บอกกับตนว่าได้นัดวิปอีก 2 ฝ่ายในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ตอนกลางวัน และจะนัดพบตนอีกครั้งอาจจะเป็นวันศุกร์นี้หรือสัปดาห์หน้า ซึ่งสำหรับตนจะเป็นวันไหนก็ได้ ตอนนี้วิปขอคุยกันเองก่อน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเสนอว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากจบวาระที่ 1 ให้ทำประชามติ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาดูข้อกฎหมายอยู่ในขณะนี้ว่าวิธีการขั้นตอนจะทำชั้นไหนอย่างไร ในเรื่องการทำประชามติ หากจะทำประชามติแบบผูกมัดกฎหมายเลย ยังมีข้อถกเถียงว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 291 ก่อนหรือไม่ หากเป็นว่าการแก้มาตรา 291 ก่อน แล้วจะเป็นปัญหาอุปสรรคและทำให้เสียเวลาอาจจะต้องตัดช่องทางนั้นไป ทั้งนี้จะอยู่ที่ว่าก่อนร่างหรือจะทำระหว่างชั้นกรรมาธิการ โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการรับฟังความคิดเห็น อันนี้ทำได้ทั้ง สอง ทาง
เมื่อถามว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาจะให้คำตอบเมื่อไหร่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตอบมาเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนทั้งหมด เพียงแต่บอกว่ามีช่องทางเหมือนกัน แต่ต้องดูอีกทีว่าเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลจะอาศัยรัฐธรรมนูญในมาตราว่าด้วยประชามติ และทำประชามติ ซึ่งความเห็นนั้นจะส่งไปให้กรรมาธิการ
เมื่อถามว่าในเมื่อจะเสียเงิน 2 พันล้านบาทแล้วทำไมไม่ถามประชาชนไปว่าควรเเก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับเลยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าสมมติว่ารับไปแล้วทั้งฉบับ ถามว่าแก้ไม่แก้ เราไม่อยากถามอย่างนั้น เพราะคนตอบว่าแก้จะไม่สามารถตอบได้ว่าแก้เรื่องไหน หากเขาอยากให้แก้เรื่องวุฒิสภา แต่สภาไปแก้เรื่องกฎหมายเลือกตั้ง ก็จะไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน ฉะนั้นอยากทำให้ลักษณะที่ว่าสมมติขณะนี้ยึดตามหลักของกรรมการสมานฉันท์ฯ ที่เสนอมา 6 ประเด็น โดยถามประชาชนทั้ง 6 ประเด็นว่าเอาหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ว่าประชาชนต้องการแก้ไม่แก้ประเด็นไหน และที่มีการพูดกันว่า เเก้6 ประเด็นๆละ 2 พันล้านบาท รวมเป็น 1 หมื่น 2 พันล้านบาทนั้นไม่ใช่ เราทำพร้อมกัน ไม่ได้ทำ 6 ครั้ง
“ชาญชัย”หนุนทำประชามติยุติความขัดแย้
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคเพื่อแผ่นดินเห็นว่าพรรคร่วมรัฐบาลควรจะเห็นชอบร่วมกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่สิ่งสำคัญต้องดูว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน
เมื่อถามว่าในส่วนของการทำประชามติ มองว่ามีความจำเป็นหรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า ตนเห็นว่าหากจะดำเนินการต้องหาคำตอบให้คนที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ หากหยิบยกข้อเสนอของพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือเรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นมาพิจารณา ก็จะหาคำตอบให้ประชาชนได้ยาก เพราะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่หากทำประชามติก็จะเป็นคำตอบสุดท้ายของประชาชนเสียงข้างมาก ซึ่งระบอบประชาธิปไตยจะต้องฟังเสียงข้างมาก เมื่อนั้นก็จะมีคำตอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองว่ามีมาตราใดบ้างที่จะต้องแก้ไข นายชาญชัย กล่าวว่า พรรคเพื่อแผ่นดินดูเรื่องความชอบธรรมทางการเมือง โดยเฉพาะเรื่องการดูแลประชาชนให้ทั่วถึง ก็ต้องให้เขตเลือกตั้งเล็กลง ขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาเรื่องความเป็นธรรมของพรรคการเมือง กรณีที่บุคคลกระทำผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ควรจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขไม่ให้เหมาเข่ง ส่วนมาตรา 190 นั้นเห็นว่าจำเป็น โดยเฉพาะเรื่องการบริหารงานที่ต้องแข่งขันด้านเศรษฐกิจหรือเรื่องอื่นๆ หากต้องรอความเห็นชอบจากรัฐสภาก็อาจทำให้ล่าช้าได้
เมื่อถามว่าหากทุกฝ่ายเห็นตรงกันทั้ง 3 ประเด็น จำเป็นอีกหรือไม่ที่ต้องทำประชามติ นายชาญชัย กล่าวว่า ทั้ง 3 ประเด็นนั้นประชาชนควรได้รับทราบ เนื่องจากบางคนบอกว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 ดี แต่บางคนก็สนับสนุนรัฐธรรมนูญปี 2550 จึงต้องหาตัวชี้วัด เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ
เมื่อถามว่าช่วงเวลา 9 เดือนในการทำประชามติถือว่านานไปหรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า ต้องถามก่อนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อแก้ไขแล้วจะทำอย่างไรต่อไป เพราะขณะนี้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ที่ทุกคนต้องหันหน้าเข้าหากัน ซึ่งตนมองว่าสำคัญกว่า ส่วนเรื่องระยะเวลาในการทำประชามติจะช้าหรือเร็วตนไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก ที่ผ่านมา 9 เดือนรัฐบาลได้เร่งนำเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานเสนอให้สภาพิจารณาเกือบหมดแล้ว รัฐบาลทำงานมา 9 เดือน แต่มีผลงานมากว่าหลายรัฐบาลที่ทำงานมาหลายปี
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคเพื่อแผ่นดินพร้อมหรือไม่หากแก้รัฐธรรมนูญแล้วจะต้องยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ นายชาญชัย กล่าวว่า เป็นนักการเมือง ต้องพร้อมทุกวินาที แต่ก็ต้องดูความเหมาะสมเกี่ยวกับภาวะของประเทศด้วย ส่วนจะเลือกตั้งใหม่หรือไม่ไม่ใช่ปัจจัยหลัก ตนเล่นการเมืองมา 30 ปี คิดว่าการเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องหลัก เมื่อถามว่าพรรคฝ่ายค้านคงไม่ยอม เพราะต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่เกิดขึ้น นายชาญชัย กล่าวว่า หากจะพูดกันเพื่อแก้ปัญหา ไม่ควรที่จะมาแยกว่านั่นคือฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน แต่คนที่ประชาชนเลือกมาทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ หากจะแก้รัฐธรรมนูญก็ต้องฟังเสียงเจ้าของประเทศคือประชาชน เรื่องนี้เหมือนจะพูดง่าย แต่ทำยาก แต่ตนกลับมองว่าพูดยากแต่ทำง่าย เพราะทุกอย่างอยู่ที่ใจว่ามีความบริสุทธิ์ที่จะทำเพื่อประชาชนหรือไม่ หรือว่าเป็นการทำเพื่อตนเอง



