
สั่งปลดผญบ.-สอบวินัยทหารพรานเซ่นเผารถทัวร์
แม่ทัพภาค 4 สั่งปลดผญบ.-ผช.ผญบ.พร้อมสอบวินัยทหารพรานปล่อยคนร้ายเผารถทัวร์กลางวันแสกๆ ห่วงผลประโยชน์ภัยแทรกซ้อน
วันที่ 18 ธ.ค.60 ที่มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยความคืบหน้าเหตุการณ์คนร้ายเผาบัสโดยสารของบริษัทสยามเดินรถ (เบตง - กรุงเทพฯ) ในพื้นที่อ.บันนังสตา จ.ยะลา ล่าสุดได้ประสานฝ่ายปกครองในพื้นที่ให้ปลดหรือไล่ออกผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เกิดเหตุ รวมถึงให้มีการสอบสวนชุดเจ้าหน้าที่ทั้ง ชรบ. และ อส.ทั้งหมด เช่นเดียวกับในฝ่ายความมั่นคงได้สั่งสอบวินัยเจ้าหน้าที่ทหารที่รับผิดชอบพื้นที่เช่นกัน หากมีความผิดไม่ว่าจะประมาทเลิ่นเล่อ หรือหากผิดจริงจะต้องดำเนินการทางวินัยโทษสูงสุดเช่นกัน เพื่อปิดช่องโหว่ช่องว่างที่เกิดขึ้น
ส่วนคดีที่เกิดขึ้นไม่ฟันธงว่าเป็นเรื่องใดเหตุการณ์ความไม่สงบหรือผลประโยชน์ส่วนบุคคล เนื่องจากมีปัจจัยเรื่องของภัยแทรกซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง เบื้องต้นจึงต้องสั่งการให้รวบรวมวัตถุพยานและพยานหลักฐานให้ครบ โดยเฉพาะการสอบสวนนายอับดุลเลาะ สะแวบาโง คนขับรถบัส รวมถึงพนักงานรถและรถคันเกิดเหตุที่พบว่ามีประวัติเคยถูกคนร้ายลอบวางระเบิดมาแล้วเมื่อปี 2557 มาแล้ว ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากการสอบปากคำทั้งคนขับและผู้โดยสารมีหลายอย่างที่ต้องตรวจสอบ ส่วนเหตุการณ์นี้จะเป็นการสมยอมหรือไม่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับหลักฐาน ทั้งนี้สังคมต้องใช้วิจารณญานเอง
"ตอนนี้ได้เชิญตัวชาวบ้านคนในพื้นที่อย่างน้อย 3-4 รายมาสอบสวน โดยเฉพาะเจ้าของบ้านที่คนร้ายตัดต้นไม้ขวางถนนและ เจ้าของปั้มน้ำมันหลอดที่อ้างว่าไม่ทราบข้อมูลใดๆซึ่งเป้นไปไม่ได้ เช่นเดียวกับผู้ใหญ่บ้านที่อ้างไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นขณะเกิดเหตุทั้งที่มีรถทัวร์ถูกเผาในพื้นที่จึงต้องไล่ออกเพราะเชื่อว่ายังมีผู้ที่ต้องการทำงานพัฒนาประเทศชาติอยู่ในพื้นที่อีกและไม่ห่วงว่าจะเป็นการสร้างความแตกแยกเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมีสิ่งบ่งชี้หลายอย่างที่ทำให้น่าสงสัยใครทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดี" พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าว
แม่ทัพภาคที่ 4 บอกอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดแต่อย่างหนึ่งที่คนร้ายจงใจ คือการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้นพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอเบตงที่ปัจจุบันได้รับการยอมรับด้านการท่องเที่ยวอย่างกว้างขวางมีนักท่องเที่ยวเข้ามามาก ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นและทุกอย่างก็มีสิทธิที่จะถูกเชื่อมโยงให้ภัยแทรกซ้อนด้วยเช่นกัน เช่น เรื่องสัปทานเส้นทางเดินรถในพื้นที่ การลงทุนของทุนนอกพื้นที่และอื่นๆ ซึ่งขณะที่ได้มีการสั่งให้ตรวจสอบทั้งหมดแล้ว
ยะลา - กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงเหตุคนร้ายเผารถทัวร์ที่บันนังสตา
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ห้องแถลงข่าวศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วยนายเจษฎา จิตรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายรังสฤษฏ์ วรสีหะ ขนส่งจังหวัดยะลา นายกาส เส็นโต๊ะเย็บ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ยะลา พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.ยะลา และ พ.ต.อ.กฤษณะพงศ์ กัญจน์ชัยกิจ ผกก.สอบสวน ภ.จว.ยะลา ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุวางเพลิงเผารถทัวร์โดยสารของบริษัทสยามเดินรถ (เบตง - กรุงเทพฯ) เหตุเกิดช่วงบ่ายของวันที่ 17 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา ในพื้นที่หมู่ที่ 5 บ้านกาโสด อ.บันนังสตา จ.ยะลา เป็นเหตุให้รถยนต์ได้รับความเสียหายทั้งคัน โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ซึ่งจากการตรวจสอบพฤติกรรมของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ มุ่งประสงค์ต่อการทำลายทรัพย์สินเป็นหลัก โดยไม่ทำร้ายพนักงานประจำรถและผู้โดยสาร ซึ่งผิดไปจากพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุในหลายๆครั้งที่ผ่านมา สอดคล้องกับภาพข่าวความเคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.บันนังสตา ในห้วงที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มคนร้ายยังคงพยายามต้องการสร้างสถานการณ์ความรุนแรง เพื่อทำลายความเชื่อมั่น ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจจากการพัฒนาตามโครงการ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของรัฐบาล ที่ได้รับกระแสตอบรับจากพี่น้องประชาชนอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นๆทิ้งไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องปัญหาภัยแทรกซ้อนหรือความขัดแย้งอื่นๆ ที่อาจเป็นแรงจูงใจให้คนร้ายเลือกก่อเหตุในครั้งนี้ ซึ่งจะต้องทำการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดต่อไป
“หลังเกิดเหตุท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เข้าไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พร้อมกับได้สั่งการกำชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุและให้ความช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุอย่างเต็มที่ โดยให้เร่งรัดดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยคณะกรรมการเยียวยาของจังหวัดจะทำการประเมินความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป รวมทั้งให้ทำการรวบรวมวัตถุพยานและพยานหลักฐานอื่นๆ รวมทั้งการสืบสวนสอบสวนเชิงลึก เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยในการก่อเหตุและบังคับใช้กฎหมายกลุ่มผู้ก่อเหตุและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้พลขับรถ คือ นายอับดุลเลาะ สะแวบาโง และรถยนต์คันดังกล่าว ตรวจสอบแล้วเคยประสบเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดมาแล้วเมื่อปี 2557 นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ทุกหน่วยเข้าทำการกวาดล้างภัยแทรกซ้อน ทั้งยาเสพติด สินค้าหลีกเลี่ยงภาษี บ่อนการพนัน อาวุธสงคราม และการกระทำที่ผิดกฎหมายอื่นๆ อย่างเด็ดขาด” โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าว
พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวอีกว่า ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ยังให้ทุกหน่วยเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยเส้นทางและพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ด้วยการปฏิบัติการเชิงรุกและการควบคุมพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน และนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ ทั้งนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงดำรงความมุ่งหมายในการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิดในทุกคดี พร้อมกับขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเบาะแสคนร้ายสามารถโทรศัพท์แจ้งหมายเลข 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



