
น้ำเย็นจากไทย...ดับไฟร้อนจากฮุน เซน
เสียงกร้าวจากนายกรัฐมนตรี ฮุน เซน แห่งกัมพูชา ล่าสุดเมื่อวานนี้ สะท้อนว่าผู้นำของเพื่อนบ้านประเทศนี้ต้องการความสนใจ ไม่ใช่เพียงแต่จากเพื่อนบ้านประเทศไทย แต่ทั้งอาเซียนและเวทีสากลด้วย เพราะว่า ฮุน เซน กำลังผลักดันที่จะให้สัมปทานขุดน้ำมันบริเวณที่มีข้อพิพา
เสียงกร้าวของ ฮุน เซน บอกว่าใครข้ามมายิงได้ ชัดเจนว่าหมายถึงประเทศไทย
สัปดาห์ที่ผ่านมามีการรวมตัวของคนเสื้อเหลืองบริเวณชายแดนเขมร จนเกิดเรื่องไทยตีไทยกับชาวบ้านท้องถิ่นนั้น สะท้อนว่าประเทศไทยมีปัญหาภายใน ทำให้ ฮุน เซน ฉวยโอกาสที่มีความอ่อนแอภายในประเทศไทยรุกหนักทางด้านการทูตการเมืองแม้กระทั่งการทหาร
ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของคนไทยที่จะต้องแสดงให้กัมพูชาเห็นว่าเรามิได้อ่อนแอ ...แน่นอนอยู่ที่ภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เมื่อ ฮุน เซน ประกาศว่าอาจจะไม่เดินทางเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่จะจัดในประเทศไทย ในปลายเดือนหน้า ก็เท่ากับว่าผู้นำกัมพูชากำลังจะฟ้องอาเซียนและกำลังจะแสดงว่า มีอำนาจต่อรองกับประเทศไทย เรื่องนี้ประเทศไทยควรจะทำอย่างไร
คำตอบแรกคือต้องไม่ใช้อารมณ์ ต้องไม่ตอบโต้ความกร้าวด้วยความกร้าว นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องแสดงความเป็นผู้ใหญ่ทางการเมืองและการทูต ด้วยการพยายามที่จะมีการประชุมสุดยอดกับ ฮุน เซน
รองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ ฝ่ายความมั่นคง พยายามหลายครั้งที่จะบอกคล้ายๆ กับว่ามีความสนิทสนมใกล้ชิดกับ ฮุน เซน แต่ว่าวิธีการของคุณสุเทพออกไปทางความมั่นคงมากกว่า
ภาวะเช่นนี้ความบาดหมางระหว่างกัมพูชากับไทยต้องแก้ด้วยน้ำเย็น ต้องแก้ด้วยการทูต และคุณอภิสิทธิ์จะต้องแสดงความเป็นผู้เข้าใจความขัดแย้งระหว่างกัมพูชากับไทยว่าเป็นประเด็นเรื่องการเมือง มิใช่การทหาร
ฉะนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ คุณอภิสิทธิ์ หลังจากที่ไปปราศรัยที่สหประชาชาติพูดกับเวทีโลกแล้ว จะต้องสามารถยื่นมือกับเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา พม่า มาเลเซีย และประเทศลาว
ขณะนี้ร้อนอยู่ที่บริเวณชายแดนกัมพูชา คุณอภิสิทธิ์ ต้องแสดงความสามารถใช้การทูตและการเมือง ถือโอกาสนี้เสนอทางออกให้ ฮุน เซน เพื่อแสดงให้ชาวโลกโดยเฉพาะในฐานะเราเป็นประธานอาเซียนขณะนี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยรักสงบ และประเทศไทยพร้อมจะหาทางออกกับเพื่อนบ้านด้วยวิถีทางการเมือง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และความเสมอภาคเท่าเทียมกันตามกติกาสากล
สุทธิชัย หยุ่น



