ข่าว

"รัก"หวานซ่านดวงใจ...ดอกรักบานไม่รู้โรยชั่วนิรันดร์

"รัก"หวานซ่านดวงใจ...ดอกรักบานไม่รู้โรยชั่วนิรันดร์

30 ก.ย. 2552

ด้วยว่า พ.ศ.2553 ที่กำลังจะมาถึง นับเป็นปีที่พสกนิกรชาวไทย จะได้ร่วมกันแสดงความปีติโสมนัสอีกวาระหนึ่ง เนื่องจากวันที่ 28 เมษายน 2553 จะเป็นวันราชาภิเษกสมรสครบ 60 ปี ใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

 ร้านจิตรลดา ในมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงจัดให้เป็นปีแห่ง "ดอกรักบานไม่รู้โรย" ด้วยการนำดอกไม้ที่เป็นมงคลนาม ได้แก่ ดอกรักและดอกบานไม่รู้โรย มาจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับจำหน่ายให้แก่ประชาชนทั่วไป ได้นำไปเป็นของขวัญของฝากในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้

 ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ วีรานุวัตติ์ เลขาธิการร้านจิตรลดา เผยว่า สินค้าที่เป็นไฮไลท์ของทางร้านจิตรลดา ได้แก่ เข็มกลัดดอกรัก ซึ่งเป็นการนำดอกรักจริงมารีดน้ำจนแห้งแล้วชุบด้วยเงินแร่ทอง ซึ่งคงความสวยงามของดอกรักเอาไว้โดยไม่มีวันร่วงโรย และช่อดอกรักตั้งโต๊ะลงสีม่วงธรรมชาติ ซึ่งมีขั้นตอนในการผลิตที่ค่อนข้างยาก

 "และยังมีผ้าฝ้ายทอมือ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทางร้านมาพิมพ์ลายดอกรักบานไม่รู้โรย แล้วนำมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ต่าง อาทิ  กล่องบรรจุการ์ดอเนกประสงค์ สมุดบันทึก อัลบั้มใส่ซีดี กรอบรูปซึ่งจะจำหน่ายพร้อมกับพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงฉายคู่กัน พร้อมกันนี้ยังได้อัญเชิญภาพวาดฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงวาดพระราชทานแก่ร้านจิตรลดาเมื่อครั้งเปิดร้านใหม่ๆ เป็นภาพขี่ตั๊กแตนจับช้าง ซึ่งภาพฝีพระหัตถ์ชิ้นนี้ร้านจิตรลดา ได้นำมาใช้เป็นเครื่องหมายทางการค้าของร้านมาโดยตลอด โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานความหมายเอาไว้ว่า ร้านจิตรลดาทำงานใหญ่แต่องค์กรเล็กนิดเดียว หรืออีกความหมายหนึ่งก็คือ ร้านจิตรลดาลงทุนนิดเดียวแต่สร้างรายได้เป็นจำนวนมากให้แก่ชาวบ้าน โดยภาพนี้จะนำมาพิมพ์ไว้บนถุงข้าวสารและเสื้อทีเชิ้ต" ท่านผู้หญิงวิลาวัณย์ กล่าว

 สำหรับสินค้าใหม่ของร้านจิตรลดา จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 จนถึง 31 ธันวาคม 2553 นอกจากนี้ยังจะเน้นขายในช่วงสงกรานต์เดือนเมษายน เนื่องจากเดือนดังกล่าวเป็นเดือนแห่งวันราชาภิเษกสมรสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นั่นเอง