ข่าว

 ล่าแก๊ง 'เหงียน' แหกคุก...กบดานไทย

ล่าแก๊ง 'เหงียน' แหกคุก...กบดานไทย

30 ก.ย. 2552

เนื่องจากเป็นแก๊งปล้นและแหกคุกเขมร หลบหนีเข้ามากบดานอยู่ในประเทศไทย ตำรวจจึงให้ความสำคัญเร่งรัดติดตามตัว ป้องกันไม่ให้ก่อคดีสร้างความเดือดร้อนให้คนไทย จนสามารถตามจับได้ทีละคน โดยคนสุดท้ายแฝงตัวเป็นลูกจ้างร้านส้มตำก็หนีไม่พ้น !?!

 เมื่อปี 2551 ตำรวจเวียดนามได้จับกุมนายทราน วัน เกวียน นายทราน วัน ควน นายทราน สี บา และนายทราน วัน ซอน ผู้ต้องหาคดีปล้นทรัพย์ ศาลตัดสินลงโทษจำคุก 7 ปี 6 เดือน ทั้งหมดถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำฮาทินห์ ประเทศเวียดนาม ต่อมากลางเดือนมิถุนายนปีเดียวกันทั้งหมดก็ปฏิบัติการแหกเรือนจำแล้วหลบหนีเข้ามากบดานอยู่ในประเทศไทย ตำรวจระดับสูงของเวียดนามจึงประสานความร่วมมือมายังตำรวจไทยให้ช่วยติดตามจับกุมแล้วส่งตัวกลับไปดำเนินคดี

 แนวทางการสืบสวนของตำรวจเวียดนามมีเพียงทั้งหมดหลบหนีเข้าไทยอย่างผิดกฎหมาย แต่ไม่ทราบว่าเข้าทางช่องทางไหน ฝ่ายตำรวจไทยเมื่อได้รับการประสานงานก็ติดตามหาเบาะแสเรื่อยมา กระทั่งวันที่ 22 สิงหาคม 2552 ทางการไทยประสานกลับไปว่ามีนักโทษชายชื่อ "เอ็กซ์" สัญชาติลาว ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ มีความผิดในคดีปลอมและใช้เอกสารปลอม ต้องสงสัยว่าจะเป็นคนร้ายที่ร่วมกันปล้นทรัพย์และแหกคุกเวียดนาม ทางการเวียดนามจึงประสานกองการต่างประเทศส่งลายพิมพ์นิ้วมือมาเปรียบเทียบก็พบว่าเป็นคนเดียวกับนายทราน สี บา แทนที่จะพ้นโทษได้รับอิสรภาพในวันที่ 15 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ นายเอ็กซ์หรือที่จริงคือนายทราน สี บา จึงถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่บ้านเกิด !

 เวลาไล่เลี่ยกันเรือนจำกลางคลองเปรมรายงานกลับมาว่า มีนักโทษชื่อนายทราน วัน ซอน ถูกควบคุมตัวในคดีบุกรุก และต่อมาวันที่ 25 สิงหาคมปีเดียวกันตำรวจ สน.ลุมพินี สามารถจับกุมตัวนายทราน วัน ควน ในข้อหาหลบหนีเข้าเมือง ก่อนจะควบคุมตัวส่งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ส่งกลับประเทศเวียดนามทั้งสองคน

 ดังนั้น จึงเหลือผู้ต้องหาอีก 1 คนที่ยังหลบหนีอยู่ คือ นายทราน วัน เกวียน วัย 25 ปี จากการประสานข้อมูลระหว่างตำรวจทั้งสองประเทศทำให้ทราบว่า ครั้งล่าสุดที่นายทราน วัน เกวียน ติดต่อกลับไปหาญาติที่เวียดนามบอกว่า ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ละแวกดอนเมือง ตำรวจเวียดนามจึงขอความร่วมมือมายัง พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบก.ป.ช่วยติดตามตัว โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รอง ผบก.ป.และพ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป.เร่งรัดติดตามตัว ก่อนจะส่งต่องานให้ พ.ต.ต.จารุวัฒน์ พาหุมันโต สว.กก.1 บก.ป.และ จ.ส.ต.สุทธิพงศ์ ทวีสุข ผบ.หมู่ กก.1 บก.ป.

 ชุดสืบสวนพยายามแกะรอยหานายทราน วัน เกวียน ในย่านทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ อยู่นานหลายวัน กระทั่งได้เบาะแสมาว่าที่ร้านส้มตำส่องแซบ ซอยนาวง 19 มีลูกจ้างชาวเวียดนามทำงานอยู่ ทั้งคู่จึงมุ่งหน้าไปตรวจสอบ และก็พบเข้ากับเป้าหมายในวินาทีแรกที่มาถึงร้าน

 เด็กเสิร์ฟ : เชิญข้างในครับพี่

 ด้วยหางเสียงที่แปร่งในประโยคพูด ทำให้นักสืบทั้งสองฟังดูก็รู้ว่าไม่น่าจะใช่คนไทย 100 เปอร์เซ็นต์

 พ.ต.ต.จารุวัฒน์ : จ่าดูสิ ใช่คนตามตำหนิรูปพรรณที่ตำรวจเวียดนามส่งมาให้หรือเปล่า

 จ.ส.ต.สุทธิพงศ์ : น่าใช่ครับ คล้ายมาก

 พ.ต.ต.จารุวัฒน์ : น้องส้มตำไทยจานนึง หมูทอด ข้าวเหนียวสอง น้ำเปล่าสอง

 เด็กเสิร์ฟ : ครับพี่ รอแป๊บนึง

 ไม่นานนักเด็กเสิร์ฟคนเดิมก็นำอาหารมาส่ง

 พ.ต.ต.จารุวัฒน์ : น้องคนที่ไหน

 เด็กเสิร์ฟ : ผมไม่ใช่คนไทย ผมคนลาว

 พ.ต.ต.จารุวัฒน์ : คนลาวแน่เหรอ ไม่ใช่คนเวียดนามนะ

 เด็กเสิร์ฟ : คนลาวจริงๆ พี่   

 พ.ต.ต.จารุวัฒน์ : นี่รูปน้องหรือเปล่า...พูดพลางโชว์ภาพที่ปริ๊นท์จากเมลให้ดู 

 เด็กเสิร์ฟยื่นมือรับไปทั้งที่ยังงงๆ ก่อนจะยอมรับว่าเป็นรูปของเขา

 พ.ต.ต.จารุวัฒน์ : น้องบอกแคชเชียร์คิดเงินเลย แล้วไปที่ทำงานกับพี่ พี่เป็นตำรวจ จ่า ! เดินประกบไปด้วย

 แล้วเด็กเสิร์ฟก็รู้ตัวในเวลานั้นว่า อิสรภาพของเขาเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว เขายอมรับว่าพยายามก่อเหตุปล้นทรัพย์ที่เวียดนามจริง เมื่อถูกจับส่งเรือนจำได้ชักชวนเพื่อนอีก 3 คน ช่วยกันดันลูกกรงเหล็กออก แล้วหลบหนีจากเวียดนามข้ามมาฝั่งลาว ก่อนจะเข้าไทยด้าน จ.นครพนม แล้วขึ้นรถประจำทางเข้ากรุงเทพฯ ทำงานรับจ้างเรื่อยมา กระทั่งมาอยู่ที่ร้านส้มตำย่านดอนเมือง

 "นานๆ ทีผมจะติดต่อกลับไปหาญาติพี่น้องที่เวียดนาม เขาบอกว่าสิ่งที่ผมทำลงไปนั้นเป็นข่าวดังมาก ตำรวจและคนที่เกี่ยวข้องถูกลงโทษอย่างหนัก บางคนถึงกับถูกให้ออกจากงาน กลับไปครั้งนี้ผมคงไม่รอดแน่" นายทราน วัน เกวียน โอดครวญ

 ไม่ว่านักโทษแหกคุกรายนี้จะต้องเผชิญกับอะไร สิ่งเหล่านั้นล้วนเกิดขึ้นจากการกระทำของเขาเอง แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นคือมาตรการป้องกันของไทย ดูเหมือนจะหละหลวม เปิดโอกาสให้อาชญากรเล็ดลอดเข้าประเทศไทยได้ง่าย ตั้งแต่ชายแดนจนเข้ามาถึงใจกลางเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ หากไม่ใช่โจรกเฬวรากแล้ววันนี้ประเทศไทยจะตกอยู่ในความเสี่ยงขนาดไหน ?