ข่าว

โมเช่ ดายัน

โมเช่ ดายัน

30 ก.ย. 2552

คุณ “ใบไผ่” ส่งข้อความผ่านทาง http://www.psevikul.com ว่าอยากให้ผมเล่าเรื่องของ โมเช่ ดายัน ในคอลัมน์ “วันเว้นวันฯ” ซึ่งผมก็ไม่ขัดใจแฟนๆ อยู่แล้วครับ

โมเช่ ดายัน เป็นนักการทหารและนักการเมืองคนสำคัญของอิสราเอล และมีบทบาทในการสร้างความเข้มแข็งให้อิสราเอลจนเป็นที่ครั่นคร้ามของชาติอาหรับต่างๆ มาตราบเท่าทุกวันนี้ ดายัน เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 1915 ในครอบครัวของชาวยิวที่อพยพมาจากยูเครน เขาเป็นทารกคนที่สองที่เกิดใน กิบบุทซ์ หรือนิคมเกษตรกรรมของชาวยิว ดายัน ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนเกษตรกรรม และได้เข้าเป็นสมาชิกของกองกำลังชาวยิวที่มีชื่อว่า ฮากานาห์ ตั้งแต่อายุได้ 14 ปี หลังจากนั้นก็ได้สมัครเป็นตำรวจในเขตปาเลสไตน์ ซึ่งในเวลานั้นยังอยู่ในความปกครองของอังกฤษ

 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ฮากานาห์ ได้ร่วมกับกองทหารอังกฤษ และ ดายัน ก็ได้ทำงานในหน่วยทหารของออสเตรเลีย ซึ่งมีหน้าที่สนับสนุนบุกซีเรียและเลบานอนของสัมพันธมิตรแต่ ดายัน ต้องสูญเสียดวงตาข้างซ้ายไปในการรบ เนื่องจากลูกกระสุนของฝ่ายตรงข้ามยิงทะลุกล้องส่องทางไกลที่เขากำลังส่องมองอยู่ ดายัน ปฏิเสธที่จะใส่เลนส์แก้วตาเทียม และเลือกที่จะใช้แผ่นหนังปิดตาซ้าย ซึ่งต่อมาก็ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเอกบุรุษผู้นี้

 ดาวอังคารเริ่มฉายแสงจับ โมเช่ ดายัน ในช่วงสงครามระหว่างอาหรับกับอิสราเอลในปี 1948 โดย ดายัน ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ทางทหารหลายตำแหน่ง ซึ่งปฏิบัติการรบอย่างมีประสิทธิภาพ จนได้รับการแต่งตั้งจาก เดวิด เบน-กูเรียน นายกรัฐมนตรีคนแรกของอิสราเอลให้เป็น "ผู้บัญชาการกองทหารอิสราเอลประจำกรุงเยรูซาเล็มคนแรก" ภายหลังสงครามดังกล่าวชีวิตราชการของ ดายัน ได้พุ่งขึ้นโดยลำดับ จนถึงตำแหน่ง "เสนาธิการทหาร" ในปี 1958

 หลังอำลาเครื่องแบบทหาร ในปี 1959 ดายัน ได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคมาไป ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายของอิสราเอล อันมี เดวิด เบน-กูเรียน เป็นผู้นำ  และได้เป็นรัฐมนตรีเกษตร ในปี 1964 ต่อมาเขาและสมาชิกพรรคมาไปซึ่งภักดีต่อ เบน-กูเรียน ได้แยกตัวออกจากพรรคมาไปมาตั้งพรรคราฟี ถึงแม้ว่าดายัน จะไม่เป็นที่สบอารมณ์ของ นายเรวิ เอสโคล ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอิสราเอลอยู่ในเวลานั้น แต่ด้วยบุคลิกภาพและกระแสความนิยมในตัวของ ดายัน ของชาวอิสราเอล ทำให้ เอสโคล จำต้องแต่งตั้ง ดายันเป็นรัฐมนตรีกลาโหม อันเป็นการเปิดทางให้พรรคราฟีก้าวเข้ามามีอิทธิพลในทางการเมือง

 ถึงแม้ว่า ดายัน จะไม่ได้มีส่วนในการวางแผนการรบทั้งหมดของอิสราเอลในสงคราม 6 วัน ในปี 1967 แต่การเป็นรัฐมนตรีกลาโหมของเขาก็ช่วยผลักดันให้อิสราเอลได้รับชัยชนะอย่างงดงาม หลังสงคราม 6 วัน ดายัน มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง  และเป็นผู้นำสายเหยี่ยวในรัฐบาลพรรคแรงงาน

 ในปี 1969 นางโกดล้า เมียร์ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอิสราเอล สืบแทน นายเอสโคล ซึ่งเสียชีวิตลง ดายัน ยังคงอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมต่อไปตามเดิม เมื่อเกิดสงครามยอม กิปปูร์ ในปี 1973 โดยฝ่ายอาหรับเข้าโจมตีอิสราเอลในช่วงเทศกาลทางศาสนาของชาวยิว

 ในชั้นแรก ดายัน ต้องการประวิงเวลาการตอบโต้ เพราะไม่ต้องการให้เกิดความรู้สึกต่อชาวโลกว่าอิสราเอลกระหายสงคราม แต่เมื่อฝ่ายอาหรับไม่ยอมเลิกรา ดายัน ก็ลงมือต่อสู้กลับจนสามารถเจาะแนวป้องกันของอียิปต์และโอบล้อมกองหารอียิปต์ที่ไซนายและคลองสุเอซ ตัดขาดกองทหารจอร์แดนและอิรัก และรุกคืบเข้าไปในซีเรีย อย่างไรก็ตามแม้อิสราเอลจะเป็นฝ่ายชนะแต่ประชาชนก็เริ่มเบื่อหน่ายกับสงครามและร่ำร้องหาสันติภาพ ทั้ง นางโกลด้า เมียร์ และดายัน ได้รับการวิพากษ์จากสังคม ภายหลังชัยชนะของพรรคแรงงานจากการเลือกตั้งในการเลือกตั้งปี 1977  ดายัน ถูกวางตัวในตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในการเจรจาสันติภาพระหว่างอียิปต์กับอิสราเอลที่แคมป์เดวิด สหรัฐ ท่ามกลางเสียงกล่าวหาจากพรรคแรงงานของเขาเองว่าเขาเป็นผู้ทรยศต่อชาติ

 ดายัน ตัดสินใจตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ คือพรรคเทเลม แต่ได้รับเลือกเพียง 2 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 1981 ดายัน เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวาย ในวันที่ 16 ตุลาคม 1981 หลังการเลือกตั้งไม่นาน ทิ้งไว้เพียงตำนานอันเกรียงไกร และคำถามที่ยังคงเป็นปริศนาว่า แท้จริงแล้วเขาคือเหยี่ยวร้ายหรือพิราบขาว เป็นคนคลั่งสงครามหรือผู้แสวงหาสันติภาพ
 และจริงหรือไม่ว่าสันติภาพที่ถาวรต้องมาพร้อมกับความเข้มแข็งทางทหาร?