
ข้าราชการส่อแห้วเงินโบนัสปี52รัฐไม่ได้กันงบไว้รองรับ
ข้าราชการส่อแววอดโบนัสปี 2552 ครม.รับไม่มีเงิน แถมปีงบประมาณ 2553 ไม่ได้จัดสรรไว้รองรับ โยน 3 หน่วยงานศึกษาแหล่งเงินให้เสร็จภายใน 30 วัน ส่งให้ครม.พิจารณาใหม่ เล็งนำเงินเหลือจ่ายที่ต้องส่งคืนคลังของส่วนราชการมากองรวมแล้วจ่ายโบนัส
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการพิจารณาเรื่องการจัดสรรเงินรางวัลสำหรับส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ที่มีการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2552 ซึ่ง ครม. เห็นชอบในหลักการที่จะให้จัดสรรเงินรางวัลให้แก่ส่วนราชการวงเงิน 6,835 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ยังไม่แน่ว่าจะมีหรือไม่ เนื่องจากในปี 2552 รัฐบาลไม่มีแหล่งเงินและไม่ได้กันงบประมาณเอาไว้ในปีงบประมาณ 2553
ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม.ได้สั่งให้กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ไปพิจารณากำหนดแนวทางและแหล่งที่มาของงบฯ มาเสนอให้ ครม. พิจารณาใหม่ภายใน 30 วัน โดยแนวทางที่คิดไว้คือ จะนำเงินเหลือจ่ายของส่วนราชการที่มีอยู่มากองรวมกันไว้ที่กองกลางและจัดสรรให้ข้าราชการตามกฎหมาย ซึ่งส่วนราชการสามารถกันเงินเหลือจ่ายไว้ใช้ในส่วนราชการได้ 50% อีก 50% ให้ส่งคืนคลัง ดังนั้น น่าจะนำเงินเหลือจ่ายในส่วนที่ส่งคืนคลังมากองรวมกันไว้ก่อนมาจัดสรรเป็นเงินโบนัส
สำหรับปีงบประมาณ 2552 คาดว่าจะมีเงินเหลือจ่ายของส่วนราชการประมาณ 5 พันล้านบาท ดังนั้น จะมีเงินเหลือจ่ายที่ต้องส่งคืนคลังและรัฐบาลสามารถนำไปจัดสรรให้ข้าราชการได้ประมาณ 2.5 พันล้านบาท แต่ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าระเบียบทางราชการเปิดช่องให้ทำได้หรือไม่ ซึ่งหากทำได้ก็จะมีการจัดสรรงบส่วนนี้ให้เป็นโบนัสข้าราชการ แต่ข้าราชการจะได้รับเงินโบนัสน้อยกว่าปีที่แล้ว เพราะวงเงินที่ได้มีน้อยกว่า หากปีงบประมาณ 2553 เศรษฐกิจดีขึ้น ก็อาจจะตั้งงบกลางปี 2553 และจะมีการกันงบประมาณอีก 4,000 ล้านบาท มาจัดสรรเป็นโบนัสให้ข้าราชการเพิ่มเติมได้
นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีภาระในการจัดสรรงบประมาณ สำหรับเป็นเงินโบนัสปีละ 6.8 พันล้านบาท ในอนาคตอาจเพิ่มเป็น 1 หมื่นล้านบาทต่อปีก็ได้ ซึ่งตนมองว่ารัฐบาลควรจะมีการนำระบบใหม่มาใช้ในเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระทางงบประมาณในระยะยาว โดยเบื้องต้นตนมีแนวคิดว่าจะให้นำเงินเหลือจ่ายที่ส่วนราชการประหยัดได้ ซึ่งต้องส่งคืนคลังมาตั้งสะสมไว้เป็นกองทุนในทุกปี รวมทั้งจะกำหนดแนวทางให้การนำเงินดังกล่าวไปลงทุนหาผลตอบแทนได้ เพื่อให้เงินกองทุนนี้ไปจัดสรรเป็นเงินโบนัสให้ข้าราชการต่อไป ส่วนจะทำได้หรือไม่ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต้องไปหาช่องทางต่อไป



