
ครม.ไฟเขียวเพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้านวางกรอบการกู้ใหม่
ครม.อนุมัติเพิ่มเงินกองทุนหมู่บ้าน ตั้งแต่หมู่บ้านละ 2-6 แสนบาท รองรับการยืดเวลาชำระหนี้ให้แก่ผู้กู้จาก 1 ปีเป็น 2 ปี หลังพบสมาชิกไปกู้เงินนอกระบบมาใช้หนี้ก่อนขอกู้ใหม่ ส่งนักศึกษาโครงการต้นกล้าอาชีพเข้าไปสอนเรื่องระบบการทำบัญชี พร้อมวางกรอบการกู้ของประช
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 กันยายน มีมติอนุมัติเพิ่มเงินกองทุนเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่กองทุนที่มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว 78,013 กองทุน จากทั้งหมด 69,932 กองทุน ส่วนกองทุนที่เหลืออีก 8,081 กองทุน ที่ยังไม่จดทะเบียน อาจมีปัญหาบางส่วนที่ต้องไปแก้ไข เมื่อจดทะเบียนเสร็จแล้วจึงจะอนุมัติงบประมาณส่งไปให้ โดยเป็นวงเงินที่จัดสรรให้กองทุนหมู่บ้านเพิ่ม 19,559 ล้านบาท ตามขนาดของหมู่บ้าน
สำหรับการจัดสรรเงินกองทุน ประกอบด้วย กองทุนที่มีสมาชิกตั้งแต่ 50-150 คน จัดสรรให้ 2 แสนบาทต่อกองทุน โดยมีสมาชิกรวมทั้งหมดทั่วประเทศ 6.5 ล้านคน มีสัดส่วนประมาณ 80% ของสมาชิกทั่วประเทศ ยังไม่มีการชำระหนี้ ทำให้กองทุนยังไม่มีเงินให้ผู้ขอกู้รายใหม่ และกองทุนที่มีสมาชิก 151-350 คน จะเพิ่มงบประมาณให้ 4 แสนบาท มีสมาชิกรวมทั้งหมด 2.3 ล้านคน ซึ่งมีจำนวนสมาชิกประมาณ 50% ที่กู้เงินจากกองทุนดังกล่าว ส่วนกองทุนที่มีสมาชิก 351-15,000 คน จะได้เงินเพิ่ม 6 แสนบาทต่อกองทุน โดยกองทุนขนาดดังกล่าวมีการกู้เพียง 10%
ทั้งนี้ การพิจารณาจัดสรรงบประมาณดังกล่าวเพิ่มเติม เนื่องจากกองทุนหมู่บ้านจะมีข้อกำหนดให้สมาชิกต้องชำระเงินกู้คืนกองทุนภายใน 1 ปี แต่พอ 11 เดือน ประชาชนจะไปกู้เงินนอกระบบเพื่อชำระหนี้กองทุน และไปขอกู้ใหม่อีกครั้ง จึงมีแนวทางยืดระยะเวลาให้กองทุนขยายเวลาชำระหนี้จาก 1 ปี เป็น 2 ปี เมื่อขยายเวลาไปแล้วจะทำให้กองทุนไม่มีผู้ชำระเงินเข้ามาเป็นเวลา 2 ปี จึงไม่มีเงินทุนเพียงพอให้ผู้กู้รายใหม่ รัฐบาลจึงต้องจัดสรรเงินเพิ่ม
“การฝึกอบรมนักศึกษาจบใหม่ในโครงการต้นกล้าอาชีพ 8,000 คน จะส่งเข้าไปช่วยอบรมพัฒนาระบบบัญชีให้กองทุนหมู่บ้าน โดยรัฐบาลจะมีการวางกรอบระบบการกู้เงินของกองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้มีประสิทธิภาพ เพราะเห็นว่าผู้กู้ยังใช้เงินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ขอกู้ 8.5% โดยสัดส่วน 20% กู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน จึงคาดว่าโครงการประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาลที่เริ่มดำเนินการ ประกอบกับการลงทุนผ่านโครงการไทยเข้มแข็ง น่าจะทำให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกอร์ปศักดิ์ยังกล่าวถึงโครงการประกันราคาสินค้าเกษตรกร ว่าขณะนี้มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวขึ้นทะเบียนแล้ว 2.6 ล้านครัวเรือน ผ่านการทำประชาคมแล้วประมาณ 1.6 ล้านครัวเรือน ส่วนมันสำปะหลังขึ้นทะเบียนแล้วราว 3.7 แสนครัวเรือน ผ่านทำประชาคมแล้ว 1.62 แสนครัวเรือน ปลูกข้าวโพดขึ้นทะเบียนแล้ว 3.7 แสนครัวเรือน ผ่านประชาคมแล้ว 2.7 แสนครัวเรือน



