
มหากาพย์น้ำมันเครื่อง ตอน 4 (ลั่นกลองรบ)
การเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบคาราวานรถมอเตอร์ไซค์ ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้ว โดยผู้ที่เข้าร่วมขบวนคาราวานจะต้องใช้ รถมอเตอร์ไซค์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่ต่ำกว่า 400 ซีซีเท่านั้น ยกเว้นแต่บรรดาผู้สื่อข่าวสายรถมอเตอร์ไซค์ ที่มีหลา
สปอนเซอร์ใหญ่ของการเดินทางครั้งนั้นคือ ยางรถมอเตอร์ไซค์ ไอ อาร์ ซี และน้ำมันเครื่องเอลฟ์ ซึ่งผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายอันได้แก่ ทนง ลี้อิสสระนุกูล และ บุญเอก โฆษานันตชัย ต่างร่วมไปกับขบวนคาราวาน ด้วยการขี่มอเตอร์ไซค์ของแต่ละคนไปด้วย เท่าที่พอจะจำได้ครั้งนั้น ทนง ใช้ ฮอนด้า ซีบีอาร์ 400 อาร์ ส่วน บุญเอก ควบไปบนอานของ คาวาซากิ ขนาด 900 ซีซี
นักบิดส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของกลุ่มรถจักรยานยนต์ที่ใช้ชื่อว่ากลุ่มจัมโบ้ และมีนักบิดอิสระพ่วงไปด้วยอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนบรรดานักข่าวที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปกับขบวนส่วนใหญ่ปัจจุบันยังเวียนว่ายอยู่กับแวดวงนิตยสารมอเตอร์ไซค์หลายต่อหลายฉบับ ที่อยู่ในแวดวงราชการก็มี ร้อยตำรวจโทสุวัฒนา ศรีกร่ำ (ยศในขณะนั้น) เจ้าของฉายาหมวดโหด แห่งวงการมอเตอร์ไซค์ และที่ล่วงลับไปจากโลกนี้แล้ว เช่น คุณเสวก ว่องกสิกรณ์ และ ป๋าหาญ ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาใหญ่
สื่อมวลชนผู้สูงอายุและที่เป็นสตรีบางส่วน ก็อาศัยรถบัสเดินทางตามขบวนคาราวานจากกรุงเทพฯ ไปจนถึงสิงคโปร์และกลับย้อนมาที่กรุงเทพฯ ถือว่าเป็นคาราวานที่มีเส้นทางยาวไกล และมีจำนวนรถมากเกือบร้อยคันครั้งแรกที่เดินทางข้ามประเทศ
ตลอดเส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปจนถึงหน้าโรงผสมน้ำมันเครื่องเอลฟ์ที่สิงคโปร์ ผู้ร่วมขบวนทั้งฝ่ายสิงห์นักบิดและสื่อมวลชน จะได้พบเห็นป้ายแสดงความยินดีต้อนรับ แต่มีเครื่องหมายการค้าและชื่อของน้ำมันเครื่องคาสตรอล ประทับหราอยู่บนป้ายนับตั้งแต่ป้ายแรกในย่านนครชัยศรี
ถือว่าเป็นสงครามยกแรกที่เริ่มขึ้นอย่างเต็มรูปแบบและไร้กติกา เพราะในขณะที่ขบวนกิจกรรมมีผู้สนับสนุนเป็นสินค้ายี่ห้อหนึ่ง แต่ป้าย “ขอแสดงความยินดีต้อนรับสื่อมวลชน และผู้ร่วมขบวนคาราวาน กรุงเทพฯ-มาเลเซีย-สิงคโปร์” ที่พะยี่ห้อสินค้าคู่แข่งนั้น คงไม่ต้องอธิบายกันมากว่าสงครามทางการตลาดครั้งนี้จะมีความดุเดือดตามมาขนาดไหน
คาราวานครั้งนั้น ทนง ผู้มีชื่อเล่นว่า เอก กับ บุญเอก เป็นผู้นำร่วมกันและด้วยความที่วัยไม่ห่างกันมาก จึงทำให้ทั้งสอง “เอก” มีโอกาสได้พูดคุยกันมากมายหลากหลายเรื่อง ซึ่งควรจะรวมเรื่องของการทำธุรกิจของกันและกันไปด้วย เพราะฝ่ายสิทธิผล 1919 ซึ่งจัดจำหน่ายยางไอ อาร์ ซี และชิ้นส่วนอีกหลากหลายของมอเตอร์ไซค์ ยังขาดน้ำมันเครื่องที่เป็นสินค้าสำคัญอีกชิ้นหนึ่ง ด้าน อาร์ เอ ซี เทรดดิ้งก็มีเพียงน้ำมันเครื่องเอลฟ์เท่านั้น ทำให้พลังการต่อรองกับร้านค้าทำได้ไม่เต็มที่เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง คาสตรอล และหัวข้อสนทนาในทุกมื้ออาหารก็ย่อมหนีไม่พ้นการพูดคุยถึงป้ายดังกล่าวด้วย
ขบวนคาราวานดังกล่าวกลับมาถึงเมืองไทยได้ไม่นาน สิทธิผล 1919 ของ ทนง ลี้อิสสระนุกูล ก็จัดการเชิญผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ที่สมัยนั้นมีไม่เกินสามสิบคน ขึ้นเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปเชียงรายเพื่อร่วมฟังการแถลงข่าว หรือจะบอกว่าเชิญไปร่วมฟังการประกาศสงครามน้ำมันเครื่องให้ร้อนฉ่าขึ้นมาก็คงไม่ผิดนัก
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



