
"ปณิธาน"แจง"อาเซียนซัมมิท" หาทางออก"วิกฤติเศรษฐกิจ"
"ปณิธาน วัฒนายากร" ระบุ อาเซียมซัมมิทกระตุ้นหาทางออกวิกฤติเศรษฐกิจ
(27ก.พ.) นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกรัฐบาล กล่าวถึงการประชุมอาเซียมซัมมิท ว่า การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในบรรยากาศแตกต่างจากหลายครั้งและมีความสำคัญเป็นพิเศษในบรรยากาศที่เศรษฐกิจโลกไม่ค่อยดี เราก็คงจะกระตุ้นให้ประเทศอาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ร่วมมือกันมากขึ้นไม่ให้ปิดประเทศ เพื่อหาทางออกในการแก้วิกฤติเศรษฐกิจ จริง ๆ ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากประเทศเรา แต่เกิดขึ้นในประเทศคู่ค้าของเราเป็นหลัก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อเกิดปัญหาหลายประเทศพยายามที่จะแก้ไขปัญหาตามลำพัง แต่คราวนี้ถ้าไม่ร่วมมือกันคงจะยากมาก 2.เข้าสู่กฎเกณฑ์ขั้นตอนใหม่ เนื่องจากมีธรรมนูญใหม่ มีกฎบัตรใหม่ ครั้งแรกในรอบ 42 ปี และมีการลงนามในปฏิญญาว่าด้วยเรื่องแผนการการสร้างประชาคมอาเซียนใหม่ คือ ต่อไปนี้จะมีกฎเกณฑ์มากขึ้น
ต่อข้อถามที่ว่า เมื่อคืนมีการพบปะกันอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐมนตรีทางด้านเศรษฐกิจ มีสาระอะไรที่น่าสนใจมาก นายปณิธาน กล่าวว่า มีทั้งปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงเศรษฐกิจ อธิบดีของกรมกองต่างๆ มาประชุมกันอย่างไม่เป็นทางการเพื่อที่จะวางกฎเกณฑ์การทำงานร่วมกันทางเศรษฐกิจ มีการเซ็นข้อตกลงทางด้านเศรษฐกิจไปบางส่วนแล้ว ข้อตกลงโดยรวมก็เป็นการผลักดันให้แผนการว่าด้วยเรื่องของการลงทุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนด้วยกัน ระหว่างอาเซียนกับคู่สนทนา เช่น อินเดีย ออสเตรเลีย นิวส์ซีแลนด์ ข้อตกลงว่าด้วยเรื่องของการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ของวิชาชีพต่าง ๆ ก็ดี แพทย์ ทันตแพทย์ หรือบางที่จะสามารถเดินทางเข้าออกหรือทำงานในภูมิภาคได้ดีขึ้น เรื่องของสถาปัตยกรรม วิศวกรรม ต่าง ๆ เรื่องของการเดินอากาศ การส่งข้ามแดน เอกสารเหล่านี้มีการเตรียมการ และมีการลงนามล่วงหน้าบางส่วน ถามว่า เรื่องโรฮิงญา , การแก้ไขปัญหายาเสพติด มีการพูดถึงหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า เหล่านี้จะเป็นเรื่องที่อยู่ในการจัดตั้งประชาคมการเมืองและความมั่นคงซึ่งจะรับรองโดยผู้นำจะมีแผนงานอยู่แล้ว และจะมีการปรึกษาหารือในประเด็นที่เกี่ยวปัญหาปัจจุบัน เรื่องของเศรษฐกิจ พลังงาน อาหาร การหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งจะอยู่ในการพูดคุยกันระหว่างผู้นำ แต่ข้อตกลงต่าง ๆ ที่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องภัยคุกคามสมัยใหม่ เช่นเรื่องผู้อพยพเข้าเมืองก็คงจะต้องมีการร่างและตกลงกันในอนาคตอีก ถามว่า การลงนามในเอกสารสำคัญซึ่งเราต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 จะอยู่วันไหน นายปณิธาน กล่าวว่า เอกสารประมาณ 41 ฉบับที่เป็นเอกสารในกรอบอาเซียนและในกรอบทวิภาคีอีก 2 ฉบับ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาเซียน สภาอนุมัติหมดแล้ว ตั้งคณะกรรมาธิการไป 3 ฉบับ และขณะนี้ก็อนุมัติหมด โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโครงสร้างใหม่ของกระทรวงการต่างๆประเทศ 11 ฉบับ โครงสร้างใหม่ทางด้าน การเมือง สังคม ความมั่นคง กระทรวงพาณิชย์ 25 ฉบับ 9 กลุ่ม เรื่องข้อตกลงสินค้า การลงทุนต่าง ๆ กับจีน เกาหลี และประเทศอื่น ๆ นอกจากนั้นมีเรื่องของการแลกเปลี่ยนเรื่องของสาขาวิชาชีพ กระทรวงเกษตรฯ 2 ฉบับ คือ ความมั่นคง และด้านอาหาร กระทรวงคมนาคม 3 ฉบับ เรื่องของการขนส่งสินค้าทางอากาศ การอำนวยความสะดวกของการส่งสินค้าข้ามแดน กระทรวงพลังงาน 1 ฉบับ คือ ความมั่นคงทางปิโตเลียม กระทรวงสาธารณสุข 1 ฉบับ เรื่องผลิตภัณฑ์ยา กระทรวงแรงงาน 1 ฉบับ เรื่องการส่งแรงงานไทยไปเกาหลีใต้และสุดท้าย กระทรวงพัฒนาสังคมฯ 1 ฉบับ เรื่องเกี่ยวกับไทยกับพม่าเรื่องความร่วมมือการต่อต้านการค้ามนุษยโดยเฉพาะสตรีและเด็กคือ 2 ฉบับหลังไม่ใช่เอกสารฉบับการประชุมสุดยอดอาเซียน แต่ว่าทั้งหมดเหล่านี้อนุมัติแล้ว จริง ๆ ก็ต้องขอบคุณฝ่ายค้านด้วย เพราะว่าฝ่ายค้านเองก็มาลงคะแนนให้ เพราะเขาเห็นความสำคัญว่า คราวนี้เราต้องร่วมมือกันจริง ๆ กับบรรดาประเทศต่าง ๆ ที่มาประชากรรวมกันแล้ว 570 ล้านคน จะผลักดันให้การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เดินหน้าไป 42 ปี ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จก็จริงทางด้านการเมือง แต่ว่ามันมีประเด็นใหม่ ๆ เยอะแยะมากและต่อไปนี้จะมีความเข้มข้นมากขึ้น



