
เกิดอะไรขึ้นที่ฟรานซ์ เทเลคอม
พนักงาน ฟรานซ์ เทเลคอม บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่แดนน้ำหอม ฆ่าตัวตายอีกแล้วค่ะคุณผู้อ่าน
ที่น่าตกอกตกใจก็คือ นี่เป็นพนักงานคนที่ 24 ของบริษัทแล้วที่ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองในเวลาเพียงแค่ 18 เดือน แถมยังไม่นับรวมอีก 13 คนที่พยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จด้วย
จริงๆ แล้วการฆ่าตัวตายกันเป็นเบือของพนักงานฟรานซ์ เทเลคอมเกิดขึ้นมาปีกว่าแล้ว แต่ไม่ได้เป็นที่สังเกตสังกา เพราะผู้ตายส่วนใหญ่จะอยู่ในต่างจังหวัด เลยกลายเป็นข่าวท้องถิ่นเล็กๆ ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
เพิ่งจะกลายมาเป็นปัญหาระดับชาติเอาเมื่อเหยื่อรายที่ 23 ซึ่งเป็นหญิงสาววัย 32 ปีแล้วก็ทำงานอยู่ในปารีส กระโดดหน้าต่างที่ทำงาน ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 4 ตาย จึงได้มีการโยงใยกันไปจนพบว่า มีพนักงานฟรานซ์ เทเลคอมฆ่าตัวตายกันมากถึงขนาดนี้ โดยมีอยู่รายหนึ่งถึงกับใช้มีดแทงท้องตัวเองระหว่างประชุมสตาฟฟ์
ส่วนเหยื่อรายล่าสุดเป็นชายวัย 51 ปี ที่กระโดดจากสะพานลงไปบนทางด่วน ตำรวจพบจดหมายลาตายอยู่ในรถของคุณพ่อลูกสองคนนี้ว่า การปลิดชีพครั้งนี้มาจาก บรรยากาศในที่ทำงาน
สหภาพแรงงานมองว่า การแปรรูปบริษัทที่เคยเป็นรัฐวิสาหกิจมาก่อนแห่งนี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้พนักงานพากันฆ่าตัวตายเป็นใบไม้ร่วงก็ได้ เพราะในช่วงระหว่างปี 2549-2551 นั้น ฟรานซ์ เทเลคอมปลดคนไปมากถึง 2.2 หมื่นคนเลยทีเดียว
ด้านซีเอฟโอของฟรานซ์ เทเลคอม มองว่า การทะลักล้นของอีเมลจากโทรศัพท์มือถือสุดไฮเทค หรือ สมาร์ทโฟน ที่เข้ามาได้ตลอด 24 ชม. ต่างหากที่ทำให้พนักงานต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากเจ้าเครื่อง แบล็กเบอร์รี ที่กำลังฮิตสุดๆ ในบ้านเราขณะนี้
เทคโนโลยีล้ำสมัยพวกนี้ทำให้ "งานล่วงล้ำเข้าไปในชีวิตส่วนตัว" ของพนักงานมากขึ้น แทนที่จะจำกัดวงอยู่เฉพาะในออฟฟิศ เลิกงานแล้วก็แล้วไปเหมือนในสมัยก่อน
แต่นี่อีเมลที่เกี่ยวกับงานยังระดมเข้ามาอยู่ได้ตลอดเวลา ตราบได้ก็ตามที่คุณใช้สมาร์ทโฟนเหล่านี้ หรือเปิดคอมพิวเตอร์เข้าเน็ต
คราวนี้ พนักงานที่มีปัญหาในการที่ทำงานเลย สติแตก เอาได้ง่ายๆ เวลาเปิดเจออีเมลเรื่องงาน ทั้งๆ ที่พวกเขาควรจะสลัดเรื่องนี้หลุดออกไปจากหัวได้แล้ว
ซีเอฟโอของฟรานซ์ เทเลคอมจะไม่ได้กล่าวเรื่องนี้ขึ้นมาลอยๆ เพราะผลวิจัยก็ยืนยันว่าผู้ใช้แบล็กเบอร์รีบางส่วนยอมรับว่าพวกเขา เสพติดการเช็กอีเมล จริงๆ
ถึงแม้จะเป็นการตอบที่ปัดความรับผิดชอบไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าซีอีโอของฟรานซ์ เทเลคอม ที่มีหน้าตอบมาได้ว่า
การฆ่าตัวตายเป็นใบไม้ร่วงนี้ เป็น "แฟชั่น" ในหมู่พนักงาน
ทัศนีย์ สาลีโภชน์



