
นายกฯพม่าสับแหลกชาติตะวันตกกลางเวทียูเอ็น
วอชิงตัน- สหรัฐเริ่มเจรจากับพม่าแล้ว แต่ยังยืนกรานจะใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อไปจนกว่าจะปล่อยตัวซูจี ขณะที่นายกฯ พม่าพูดในเวทียูเอ็น โจมตีมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกว่าเป็นเครื่องมือการเมือง
ภายหลังจากที่เสร็จสิ้นการทบทวนนโยบายเกี่ยวกับพม่าเป็นเวลานานถึงหนึ่งเดือน รัฐบาลประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ แถลงเมื่อวันจันทร์ (28 ก.ย.) ว่าได้เริ่มต้นการเจรจากับรัฐบาลพม่าแล้ว และไม่ว่าการเจรจาหรือการกดดันจากรัฐบาลสหรัฐจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่เชื่อแน่ว่าการฟื้นความสัมพันธ์ครั้งนี้น่าจะนำเอาแนวคิดใหม่ๆ และการปฏิรูปมาสู่รัฐบาลทหารพม่าบ้าง
นายเคิร์ท แคมเบลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฝ่ายกิจการเอเชีย กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกในความทรงจำที่ผู้นำพม่าแสดงความสนใจที่จะเข้ามาพัวพันกับสหรัฐ และสหรัฐเองก็มีความตั้งใจที่จะสำรวจความสนใจนี้ โดยสหรัฐเตรียมการเอาไว้ว่าจะเริ่มการเจรจาทางตรงกับทางการพม่าเพื่อวางแนวทางไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น
นายแคมเบลล์กล่าวด้วยว่า รัฐบาลโอบามาต้องการ "กระบวนการมีปฏิสัมพันธ์ที่ยั่งยืน" กับพม่า ภายหลังจากที่สองฝ่ายมีการติดต่อกันเป็นครั้งคราวเท่านั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่าสหรัฐจะไม่ผ่อนคลายการคว่ำบาตรต่อพม่าในทันที และจะกดดันให้ปล่อยตัวนางออง ซาน ซูจี อย่างไม่มีเงื่อนไขต่อไป เพราะการยกเลิกการคว่ำบาตรในตอนนี้อาจส่งสัญญาณที่ผิด โดยสหรัฐจะเจรจาผ่อนคลายการคว่ำบาตรก็ต่อเมื่อพม่าดำเนินการในสิ่งที่สหรัฐห่วงใยมากที่สุด
ด้านนายอ่อง ดิน อดีตนักโทษการเมืองพม่าซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำกลุ่มยูเอส แคมเปญ ฟอร์ เบอร์มา ได้กล่าวถึงเรื่องที่สหรัฐเปลี่ยนนโยบายที่มีต่อพม่าใหม่ว่า รัฐบาลวอชิงตันควรจะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่าไปจนกว่าพม่าจะเลิกการละเมิดสิทธิมนุษยชน และว่ายิ่งสหรัฐมีอิทธิพลเหนือพม่าเท่าไรก็จะยิ่งมีการกระชับสัมพันธ์ที่ดีขึ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนี้ พลเอกเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่า ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในนิวยอร์กว่า ชาติมหาอำนาจบางประเทศใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันชาติกำลังพัฒนา และมาตรการคว่ำบาตรถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการโจมตีพม่า ซึ่งเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมและควรยุติลงได้แล้ว
นายกฯ พม่ายังกล่าวด้วยว่ามาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกยังไม่มีความชอบธรรมพอที่จะเรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย
ด้านนายบัน คี-มุน เลขาธิการยูเอ็น ได้พบกับพลเอกเต็ง เส่ง และกล่าวย้ำอย่างชัดเจนว่า ภาระตกอยู่กับรัฐบาลพม่าที่จะต้องสร้างบรรยากาศที่จะทำให้การเลือกตั้งมีความน่าเชื่อถือ และทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วม ซึ่งรวมถึงการปล่อยตัวนางซูจี และนักโทษการเมืองทั้งหมด



