
อัยการออกแถลงแจงเหตุคดีหวยบนดิน-กล้ายาง
อสส. ออกแถลงการณ์แจงเหตุ อสส. - รองอสส. - อธิบดีอัยการฝ่ายศาลสูง8 เป็นพยานให้จำเลยตามหมายศาลเบิกความคดีหวยบนดิน- กล้ายาง
(29ก.ย.) สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีทุจริตจัดซื้อกล้ายางพารา และคดีสลากพิเศษเลขท้าย 2 - 3 ตัว(หวยบนดิน)ที่ปรากฏเป็นข่าวดังนี้
คดีทุจริตกล้ายางที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีข้าราชการระดับสูงของสำนักงานอัยการสูงสุดไปเบิกความนั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีหมายศาลเรียกตัวนายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการฝ่ายคดีศาลสูงเขต 8 ( คณะทำงานอัยการรับผิดชอบคดีคตส.) ให้ไปเบิกความโดยฝ่ายจำเลยเป็นผู้ขอให้ศาลออกหมายเรียกไปเป็นพยานตามที่มีการกำหนดประเด็นในการพิจารณาคดีคือข้อที่ไม่สมบูรณ์ที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้แจ้งไปที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐทรัพย์สิน (คตส.)
สำหรับคดีหวยบนดินที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีข้าราชการระดับสูงของสำนักงานอัยการสูงสุดไปเบิกความนั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้มีหมายศาลเรียกตัวนายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด และนายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด ให้ไปเบิกความโดยฝ่ายจำเลยเป็นผู้ขอให้ศาลออกหมายเรียกไปเป็นพยา น ตามประเด็นที่ศาลกำหนดโดยการเบิกความนั้นเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่ต้องรับรองเอกสารซึ่งอยู่ในสำนวนการไต่สวนอยู่แล้ว
การไปเป็นพยานเป็นไปตามหมายเรียกของศาลซึ่งทุกคนมีหน้าที่ต้องไปเป็นพยานตามที่กฎหมายกำหนดและถือเป็นหน้าที่ของผู้รับหมายศาลที่จะต้องไปเบิกความเพื่อให้ศาลได้ความจริงในการพิจารณาให้ความเป็นธรรมแก่คู่ความ โดยกระบวนการพิจารณาคดีทุจริตกล้ายางและคดีหวยบนดินนั้นคู่ความทั้งสองฝ่ายจะต้องส่งสำนวนการไต่สวนและเอกสารต่อศาล คู่ความทั้งสองฝ่ายมีสิทธิตามกฎหมายที่จะตรวจเอกสารทั้งหมดก่อนสืบพยาน จึงเป็นเหตุให้ฝ่ายจำเลยทั้งสองคดีขอหมายศาลเพื่อเรียกข้าราชการระดับสูงของสำนักงานอัยการสูงสุดดังกล่าวไปเบิกความรับรองเอกสารที่มีความเห็นถึงข้อไม่สมบูรณ์ที่สำนักงานอัยการสูงสุดแจ้งไปที่ คตส. ซึ่งเป็นการไปเบิกความโดยหลักการให้ความยุติธรรมที่ศาลมีหมายเรียกให้ไปเบิกความมิใช่เป็นการช่วยเหลือฝ่ายใด
ทั้งนี้คดีทุจริตกล้ายางและคดีหวยบนดินสำนักงานอัยการสูงสุดยังมิได้มีคำสั่งไม่ฟ้อง โดยอัยการสูงสุดยังมิได้พิจารณาสำนวน ขั้นตอน ณ ขณะนั้น คณะทำงานของสำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาสำนวนแล้วพบข้อที่ไม่สมบูรณ์ จึงได้ดำเนินการแจ้งให้ คตส.ทราบข้อที่ไม่สมบูรณ์เพื่อร่วมกันแก้ไขให้ได้ความครบถ้วนก่อนจะนำขึ้นเสนออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาสั่งคดีแต่ทั้งสองคดียังไม่ทันร่วมกันดำเนินการในข้อที่ไม่สมบูรณ์ คตส. ก็ดำเนินการนำคดีไปฟ้องเสียเองก่อน



