ข่าว

ครม.ไฟเขียวสตช.แปลงงบปราบอาชญากรรม

ครม.ไฟเขียวสตช.แปลงงบปราบอาชญากรรม

29 ก.ย. 2552

ครม.ไฟเขียวกลาโหมก่อหนี้ผูกพันซื้ออากาศยานฝึก-ซ่อมฮ.-โยกงบพร้อมเห็นชอบ สตช.เปลี่ยนแปลงงบใช้ปราบปรามอาชญากรรมและคืนอัตรากำลังร่วม 1,621 ตำแหน่ง

(29 ก.ย.)  นายศุภชัยใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่าที่ประชุมครม.อนุมัติตามที่กระทรวงกลาโหมโดยกองทัพบกขอก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณโครงการจัดหาอากาศยานฝึก โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 4 ปีคือ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2552-2555 วงเงิน1,197 ล้านบาทเศษและอนุมัติก่อหนี้ผูกพันโครงการซ่อมบำรุงเฮลิปคอปเตอร์แบบใช้งานทั่วไประยะที่สองของกองทัพบก หรือ ทบ.1395 โดยมีระยะเวลาดำเนินการ3 ปีตั้งแต่ปีงบประมาณ 2552-2554 วงเงิน980 ล้านบาทเศษ

นอกจากนี้ครม.ยังได้อนุมัติตามที่กระทรวงกลาโหมของบประมาณจากปีงบประมาณ2552 เพิ่มเติมโดยเป็นงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 234 ล้านบาทเศษเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความไม่สงบของกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 13-24 เม.ย.2552 ที่ผ่านมา

นายศุภชัยกล่าวว่า ที่ประชุมครม.ได้อนุมัติตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอใช้เงินและโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณเหลือจ่ายจากงบประมาณปี2552 ในรายการค่าเช่ายานพาหนะ107 คันจำนวน 34 ล้านบาทเศษและโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณที่เหลือจากการเช่ายานพาหนะดังกล่าวไปตั้งจ่ายในแผนงานผลผลิตและกิจกรรมเดียวกัน ในงบดำเนินงานสำหรับเป็นค่าเช่ายานพาหนะ เพื่อใช้ภารกิจการรักษาความปลอดภัย และภารกิจงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของหน่วยงานต่าง ๆ

นายศุภชัยกล่าวว่า ครม.ได้อนุมัติให้ใช้อัตราว่างจากผลการเกษียณอายุมาจัดสรรให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยให้ใช้อัตราข้าราชการตำรวจ ที่ว่างจากผลการเกษียณอายุ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2551 ในส่วนที่ต้องยุบเลิกร้อยละ50 ตามมติครม.เมื่อวันที่27 มิ.ย.2549 มาจัดสรรคืนให้สำนักงานตรวจแห่งชาติทั้งหมดตามมติกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังภคนภาครัฐ (คปร.) ในการประชุมเมื่อวันที่30 ส.ค.2552

ทั้งนี้ที่ประชุม คปร.รายงานว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีอัตราข้าราชการตำรวจว่าง จากผลการเกษียณอายุเมื่อสิ้นปีงบประมาณ 2551 จำนวน1,621 อัตราตามมติครม.เมื่อวันที่27 มิ.ย.2549 ที่ต้องยุบเลิกร้อยละ50 และจัดสรรคืนร้อยละ50 ดังนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอรับการจัดสรรอัตราว่างคืนทั้งหมด

โดยเป็นตำแหน่งผู้บริหารจำนวน185 อัตราตำแหน่งในภารกิจด้านการรักษาความมั่นคงและสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 289 อัตราตำแหน่งในภารกิจสถานีตำรวจในพื้นที่อำเภอในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไหลความเจริญ จำนวน 289 อัตราตำแหน่งในภารกิจถวายอารักขาและรักษาความปลอดภัยในบริเวณที่ประทับ จำนวน 289 อัตราตำแหน่งในภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม จำนวน 432 อัตราตำแหน่งในภารกิจด้านปราบปรามยาเสพติด จำนวน 146 อัตราทั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาการกระจายอัตรากำลังให้เหมาะสม กับความขาดแคลนในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะในระดับสถานีตำรวจ