ข่าว

ชาวนครพนมปั่นต้านโกง ย้ำคนไทยไม่ทนการทุจริต

ชาวนครพนมปั่นต้านโกง ย้ำคนไทยไม่ทนการทุจริต

09 ธ.ค. 2560

จ.นครพนม จัดงานปั่นต้านคอรัปชัน มีนักปั่นเข้าร่วมกว่าพันคน

 


               เมื่อเวลา 07.00 น. 9 ธ.ค.60 ที่บริเวณลานพญาศรีสัตตนาคราช จ.นครพนม นายประทีป ฤทธิกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ปล่อยขบวนนักปั่นต้านคอรัปชัน ในวันต่อต้านคอรับชั่นสากล (ประเทศไทย) มีหัวหน้าส่วนราช ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำภาคเอกชน ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมปั่นในครั้งนี้เกือบ 1,000 คน เพื่อปลุกจิตสำนึกในการร่วมกันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
               โดยวันที่ 9 ธันวาคมของทุกปีถือเป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากลได้ก่อกำเนิดขึ้นหลังจากที่ประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ มีมติเห็นชอบอนุสัญญาสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2546 จากนั้นประเทศภาคีสมาชิกUNในวันนี้191ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยได้เข้าร่วมลงนามในอนุสัญญา ระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชัน รัฐบาลร่วมกับ ป.ป.ช. และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม ภายใต้แนวคิด “Zero Toleranceคนไทยไม่ทนต่อการทุจริต”
               ซึ่งกิจกรรมปั่นจักรยานต้านคอร์รัปชันเพื่อปลุกกระแสสังคม ที่ไม่ทนต่อการทุจริต ใช้เส้นทางจากแลนด์มาร์ค ผ่านถนนอภิบาลบัญชา อุโมงค์นาคราช ปั่นต่อไปยังสะพานมิตรภา ไทย-ลาว แห่งที่ 3 นครพนม-คำม่วน แล้วค่อยวกกลับมาที่ ศาลาประชมคมยงใจยุทธ รวมระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร
               นายประทีป กล่าวว่า การทุจริตคอร์รัปชันเป็นปัญหาใหญ่ที่สะสมมาเป็นเวลานาน ฝังรากลึกอยู่ในสังคมของเรามาตลอด นับวันยิ่งจะรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย จึงอยากให้ประชาชนได้ตระหนักถึงการร่วมมือกันทำสิ่งที่ดีให้แก่สังคม ด้วยการลด ละ เลิก การทุจริตกลโกงต่างๆ ไม่อยากให้คิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ทั้งนี้ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เด็ก และเยาวชนซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติในอนาคต
               นอกจากนี้แล้ว ก็ยังอยากให้ประชาชนหันมาใส่ใจในเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน ด้วยการหันมาปั่นจักรยาน เพราะนอกจากจะมีสุขภาพแข็งแรงแล้ว นับว่าการจัดงานในวันนี้จะเป็นการจุดประกายให้ประชาชนได้ตระหนักถึงการมีสังคมที่ดี และมีบ้านเมืองที่น่าอยู่อีกด้วย
               การจัดงานในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่ดีที่ประชาชนจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความดีให้แก่ประเทศชาติ ดังนั้น จึงคิดว่าจะมีการจัดกิจกรรมนี้ต่อเนื่องอีกเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ปลุกจิตสำนึกให้แก่ประชาชน ให้แก่สังคม