ข่าว

ร้องน้องถูกทำร้ายพิการโดนแจ้งข้อหาพกมีดบุกรุก

ร้องน้องถูกทำร้ายพิการโดนแจ้งข้อหาพกมีดบุกรุก

08 ธ.ค. 2560

พี่สาวร้องน้องชายถูกทำร้ายจนพิการ แต่กลับถูกแจ้งความข้อหาบุกรุก-พกอาวุธมีดเข้ามาในร้าน คู่กรณียันควงมีดมาทำร้าย สู้เพื่อป้องกันตัว

 

               8 ธ.ค. 60  เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ สถานีตำรวจภูธรหนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี  น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 47 ปี ได้ร้องกับสื่อมวลชน ว่า น้องของตนเองได้ถูกทำร้ายจนเป็นคนพิการอยู่ในขณะนี้ แต่กลับถูกทางคู่กรณีแจ้งความว่าพกอาวุธมีด และบุกรุกร้าน

               น.ส.เอ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2559 นายบี (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นน้องชายของตนเอง และนายดี (นามสมมติ) อายุ 40 ปี เพื่อนของน้องชาย ได้ไปนั่งดื่มในร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง ตั้งแต่เวลาประมาณ 22.30 น. และในตอนเรียกให้ทางร้านเก็บเงินนั้นเวลาประมาณเที่ยงคืน บังเอิญนายบีได้ทำแก้วหล่นแตก ทางร้านเรียกเก็บเงินค่าแก้วใบละ 100 บาท น้องของตนเองทำแตกไป 2 ใบ ทางร้านก็เลยคิด 200 บาท น้องของตนเองก็ได้จ่ายไป และได้เดินออกจากร้าน เพื่อจะขึ้นรถกลับ แต่ระหว่างทางที่จะขึ้นรถ น้องชายของตนเองได้ปวดปัสสาวะ จึงได้เดินไปปัสสาวะข้างหลังรถคันหนึ่ง โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นรถของใคร ซึ่งต่อมาเจ้าของร้านกับพวกเห็น ก็วิ่งมาจับแล้วผลักน้องชายของตนเองฉุดกระชากลากน้องของตนแล้วบอกให้เพื่อนที่มาด้วยพาออกไป เพื่อนของน้องชายตนเองก็ได้ขับรถออกจากร้าน แต่ลืมบุหรี่ไว้ที่โต๊ะที่ตัวเองนั่ง จึงได้วกกลับไปที่ร้านอีก แต่จอดรถไว้ฝั่งตรงกันข้ามของร้านแล้วเดินข้ามถนนไปเอาบุหรี่ที่อยู่ในร้าน

               ในตอนที่เดินเข้าไปในร้านได้เจอคนรู้จัก จึงได้หยุดคุยกันเป็นเวลาเดียวกับที่น้องของตนเองเมื่อไม่เห็นเพื่อนเดินออกมา จึงคิดที่จะไปตามเพื่อนในร้าน ระหว่างที่น้องของตนเองกำลังจะข้ามถนนนั้น กลุ่มพนักงานของร้านกับเจ้าของร้านอยู่บริเวณหน้าร้านเห็นน้องชายของตนเองกำลังจะเดินเข้าร้าน จึงได้ยกถังน้ำ 50 ลิตร ที่ใช้เป็นเก้าอี้นั่งทุ่มใส่น้องชายของตนเอง และกลุ่มพนักงานของร้านก็ได้ยกถังทุ่มใส่อีกหลายใบ จนน้องชายของตนเองได้ล้มลงไป เจ้าของร้านได้ใช้ไม้สากกะเบือฟาดไปที่หัวน้องชายอีกหลายครั้งจนน้องของตนเองแน่นิ่งไป เพื่อนของน้องชายได้วิ่งออกมาจากร้านเพื่อเข้ามาขอร้องให้เจ้าของร้านหยุดทำร้ายน้องชายของตนเองที่อยู่ในสภาพเลือดโชกเต็มไปทั้งตัว

               น.ส.เอ กล่าวอีกว่า นายดีได้ก้มกราบขอให้หยุดทำร้ายเพื่อนของตนเอง แต่เจ้าของร้านกลับใช้ไม้สากกะเบือตีไปที่หัวนายดี 1 ครั้ง เป็นผลให้หัวของนายดีแตกต้องเย็บถึง 6 เข็ม ตนเองได้ทราบข่าวในช่วงสายของวันถัดมาจากนายดี เพื่อนของน้องชายที่ไปด้วยกัน พอเห็นน้องชายในตอนนั้นแทบใจจะขาด น้องของตนเองไม่รู้สึกตัว คุณหมอบอกว่าจะต้องผ่าสมองของน้องตนเองอย่างเร่งด่วนจากอาการเลือดคั่งในสมอง จนมาถึงวันนี้ อาการของน้องตนเองดีขึ้น แต่ไม่เหมือนเดิม สมองได้หายไป 40 เปอร์เซ็นต์ ฝั่งขวาไม่มีความรู้สึก ไม่สามารถเดินได้ คอต้องเจาะเอาไว้เพื่อเอาเสมหะออกอยู่ตลอดเวลา จึงไม่สามารถสื่อสารกับใครได้ ในวันนี้ตนเองพอรู้ว่า คู่กรณีได้เข้าแจ้งความกับตำรวจในข้อหา บุกรุก พกอาวุธมีดเข้ามาในร้าน จึงอยากจะรู้ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะแจ้งข้อหาน้องของตนเองคือนาบี ที่เป็นคนพิการอยู่ในขณะนี้จริงหรือไม่ ซึ่งทางเจ้าของร้านก็ไม่เคยมาเยียวยาอะไรเลย แต่สิ่งหนึ่งที่ตนเองยังติดใจคือ ในวันที่นายดีไปรับรถที่จอดอยู่ที่สถานีตำรวจได้เจอมีดดาบอยู่ในรถ ซึ่งนายดีได้ยืนยันว่าไม่ใช่ของตนเอง มาได้อย่างไร และพอทราบว่ามีรูปถ่ายมีดดาบเล่มดังกล่าวด้วย จึงคิดว่าเจ้าของร้านอาจจะจัดฉากก็เป็นไปได้ จึงขอความเป็นธรรมกับคดีนี้ เพื่อความถูกต้อง และตัดสินคดีอย่างตรงไปตรงมา

               ขณะที่คู่กรณีได้กล่าวว่า ในวันที่เกิดเหตุ ทางพนักงานของตนเองได้แจ้งมาว่า ถูกลูกค้าลวนลามและมีเจตนาขว้างแก้วแตกในร้าน ตนเองจึงเข้าไปขอให้ทางนายบี และนายดี ซึ่งอยู่ในสภาพเมาอย่างเต็มที่ ได้เช็คบิลและได้เพิ่มค่าแก้วที่ทำแตกจริง ซึ่งในกรณีนี้ถ้าลูกค้าของตนเองไม่มีเจตนาทำแตก ตนเองก็จะไม่เก็บเงินค่าแก้ว แต่ลูกค้าทั้ง 2 คน ได้ปาแก้วลงพื้น ซึ่งภาพวงจรปิดทางร้านของตนเองได้จับไว้ได้ ตนจึงขอเก็บค่าแก้วเพิ่มใบละ 100 บาท แต่นายบี และนายดี ไม่พอใจกลับไปที่รถ เอามีดดาบเดินข้ามถนนเข้ามา เด็กเสิร์ฟเห็นเหตุการณ์ตะโกนบอก ตนเองซึ่งได้เดินออกมาทางหน้าร้านได้ตะโกนให้นายบีหยุด แต่กลับไม่หยุด และพยายามที่จะใช้มีดดาบฟันตนเอง ตนเองจึงได้ใช้ถังที่เปลี่ยนมาเป็นเก้าอี้นั่งในร้านรับมีดดาบที่ฟันเข้าใส่ แล้วฟาดกลับไปเพื่อป้องกันตัว นายบีพยายามที่จะฟันซ้ำอีก พี่ชายของตนเองที่เห็นเหตุการณ์ จึงเข้ามาช่วยจนนายบี และนายดี ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งต่อมาตนเองได้ไปแจ้งความที่ สภ.หนองขาม แต่ทาง สภ.หนองขาม ไม่รับแจ้งความในตอนแรก กลับไปรับแจ้งความฝ่ายที่เอามีดดาบบุกเข้ามาฟันตนเอง สรุปว่า ตนเองกับพี่ชาย โดนจับข้อหาพยายามฆ่า ศาลพิพากษาให้ติดคุกคนละ 4 ปี ส่วนฝ่ายนายบีที่เอามีดดาบเดินข้ามถนนมาฟันตนเองไม่ถูกจับ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เวลาผ่านมา 1 ปีกว่า ตนเองไม่ได้รับความยุติธรรม จึงได้มาทวงถามในวันนี้เช่นกัน

               พ.ต.ต.พงศกร ผ่อนผัน สารวัตรเวรสอบสวนเจ้าของคดี ได้ทำหนังสือส่งตัวให้นายบี อายุ 42 ปี ผู้พิการ น้องชายของ น.ส.เอ อายุ 47 ปี เพื่อทำการส่งตรวจหาข้อเท็จจริงของร่างกายนายบี ว่าเป็นบุคคลที่ปกติ ร่างกายสมบูรณ์ดีหรือไม่ โดยให้แพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจยืนยัน พร้อมกับจะทำการสอบสวนหาข้อมูลด้วยความยุติธรรมและเป็นกลาง ก่อนจะตัดสินเพื่อทำการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป