
“หนอ วีระชัย”อดีตนักแสดง-พวก 2 คน นอนเรือนจำ
ศาลมีนฯ อนุญาตฝากขัง หลัง ตร.สายไหม ยื่นฝากขังครั้งแรก 4 ข้อหา หลังก่อเหตุอ้างเป็น ป.ป.ส. ควงปืนบุกค้นอู่รถขู่รีดทรัพย์ สุดท้ายไร้ญาติยื่นประกันเข้าเรือนจำมีนฯ
ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ วันที่ 8 ธ.ค.2560 พนักงานสอบสวน สน.สายไหม ได้ควบคุมตัว นายวีระชัย ศรีวณิก หรือหนอ วรรณึกกุล อายุ38ปี อดีตนักแสดง,นายศิวัช หล่ำศรี อายุ36ปี และ นายณรงค์ฤทธิ์ ทองพันธุ์ อายุ30ปี ผู้ต้องหา ซึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นำอาวุธปืนลูกซองพกติดตัวไปด้วย บุกเข้าไปตรวจค้นอู่ทำสีรถของนายณัฐพงศ์ จิตสงวน อายุ26ปี ผู้เสียหาย อ้างว่ามีหมายจับคดีครอบครองยาเสพติดและฟอกเงิน มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา12วัน ตั้งแต่วันที่8-19ธ.ค.นี้
เนื่องจากต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีกหลายปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากร กับผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง โดยพนักงานสอบสวน ได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสามด้วย เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน
โดยศาลพิจารณาคำร้องแล้วสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้ขณะที่หลังจากการฝากขังแล้ว จนสิ้นสุดเวลาราชการของศาล เวลา 16.30 น. ไม่ปรากฏว่ามีญาติของผู้ต้องหารายใด ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัวในชั้นฝากขังแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงนำตัว“หนอ-วีระชัย”อดีตนักแสดงและพวกที่ตกเป็นผู้ต้องหารวม 3 คนไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษมีนบุรีต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพฤติการณ์ดังกล่าว สรุปว่า เมื่อกลางดึกของวันที่ 7ธ.ค. ที่ผ่านมา ผู้ต้องหากับพวก ได้ก่อเหตุอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) บุกเข้าไปที่อู่ทำสีรถ ของนายณัฐพงศ์ จิตสงวน อายุ26ปี ผู้เสียหายอ้างว่ามีหมายจับคดีครอบครองยาเสพติดและฟอกเงิน แต่ญาติของนายณัฐพงษ์ที่เป็นทหารอากาศได้เข้ามาถึงอู่ กลุ่มชายฉกรรจ์จึงหลบหนี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอศาลจังหวัดมีนบุรี ออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาทั้งสาม ที่ จ.1110, 1111,1112 /2560 ลงวันที่ 7 ธ.ค. รวม4ข้อหาคือ ข้อหากบุกรุกยามวิกาลโดยใช้อาวุธปืน,แอบอ้างเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น,พกพาอาวุธปืนไปในชุมชน หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ



