
อดิศัยแจ้งศาลไม่มาฟังคำตัดสินหวยบนดิน30ก.ย.
ชวรัตน์ยังกั๊กให้กำลังใจเนวินฟังตัดสินหวยบนดิน อดิศัย โพธารามิก อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยร่วมคดีหวยบนดิน ยื่นศาลฎีกานักการเมืองขอเลื่อนฟังตัดสินคดีพรุ่งนี้ 30 ก.ย. อ้างยังป่วยรักษาตัวที่อเมริกา ขณะที่ สบโชค ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน ยังไม่มีคำสั่งเลื
(29ก.ย.) ที่พรรคภูมิใจไทย ถ.พหลโยธิน เมื่อเวลา 14.00 น. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และรมว.มหาดไทย กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่าจในวันที่ 30 ก.ย. นี้ ตนและส.ส.พรรคภูมิใจไทยน จะเดินทางไปให้กำลังใจกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรค ที่ต้องไปฟังคำพิพากษาคดีสลากพิเศษ 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากคดีนี้นายเนวิน ไม่ได้เป็นพระเอก
ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รมว.เกษตรฯ หนึ่งในจำเลยคดีหวยบนดิน ยืนยันว่า จะเดินทางไปฟังคำพิพากษา ในวันพรุ่งนี้ (30ก.ย.) อย่างแน่นอน ส่วนคนอื่นๆ ตนไม่ทราบรู้แต่เพียงว่า ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ์ อดีต รมว.คลัง ไม่สบายอาจไม่เดินทางไป
อดิศัยแจ้งศาลไม่มาฟังคำตัดสินหวยบนดิน30ก.ย.
(29ก.ย.) รายงานข่าวจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เปิดเผยว่า นายอดิศัย โพธารามิก อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยที่ 21 ในคดีทุจริตโครงการออกสลากเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) ยื่นคำร้องขอเลื่อนไม่มาฟังคำพิพากษาในวันพรุ่งนี้ ( 30 ก.ย.) เวลา 14.00 น. โดยอ้างเหตุผลป่วยบริเวณกระดูกสันหลังและอยู่ระหว่างรักษาตัวที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตามนายสบโชค สุขารมณ์ รองประธานศาลฎีกาในฐานะเจ้าของสำนวนคดีหวยบนดิน ยังคงกำหนดนัดประชุมองค์คณะคดีหวยบนดิน 9 คนเพื่อลงมติและออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษาคดีหวยบนดินในวันที่ 30 ก.ย. เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ศาลต้องทำคำพิพากษา ให้เสร็จสิ้นและพร้อมอ่านคำพิพากษาในวันที่ศาลนัดโจทก์และจำเลยมาฟังคำพิพากษา ประกอบกับในวันที่ 1 ต.ค. นายสบโชค สุขารมณ์ รองประธานศาลฎีกาต้องเลื่อนตำแหน่งไปเป็นประธานศาลฎีกา และนายพลรัตน์ ประทุมทาน ประธานแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในศาลฎีกา ต้องโยกย้ายไปเป็นผู้พิพากษาอาวุโสประจำสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 ทำให้ต้องลงมติคำพิพากษาให้เสร็จสิ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามคดีหวยบนดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ( ป.ป.ช. ) มอบหมายให้นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ทนายความ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี , อดีตคณะรัฐมนตรี ( ครม.) และคณะผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลรวม 47 คน เป็นจำเลยต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ หรือจัดการทรัพย์ ได้เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต ( ยักยอกทรัพย์ ) , ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการดูแลกิจการ เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น , ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จ่ายทรัพย์เกินกว่าที่ควรจ่ายเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น , ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่แสดงว่ามีหน้าที่เรียกเก็บหรือตรวจสอบภาษีอากร โดยทุจริตเรียกเก็บหรือละเว้นไม่เรียกเก็บภาษีอากร และผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 , 152 , 153 , 154 ,157 ประกอบมาตรา 83 , 84 , 86 , 90 , 91 และ ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิด ของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐพ.ศ. 2502 มาตา 3 , 4 , 8 , 9 , 10 , 11
โดยป.ป.ช.ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 47 คนตามกฎหมาย พร้อมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยทั้งหมด ร่วมกันคืน หรือใช้ทรัพย์ที่จำเลยทั้งหมดร่วมกันมีมติอนุมัติให้จ่ายเงินซึ่งเป็นเงินรายได้จากการออกสลากของสำนักงานสลาก ฯ ที่เป็นผู้เสียหาย รวมจำนวน 14,862,254,865.94 บาท และขอให้นับโทษ พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลยที่1 ต่อจากคดีทุจริตซื้อ-ขายที่ดินรัชดาภิเษก คดีหมายเลขดำที่ อม.1/2550 ของศาลด้วย แต่อย่างไรก็ดีเนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลยที่ 1 หลบหนีอยู่ที่ต่างประเทศ ดังนั้นที่ผ่านมาศาลฎีกา ฯ จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ จนกว่าจะได้ตัวมาพิจารณาคดี



