
กองปราบ คุม "11 ผู้ต้องหา" ซื้อบริการผู้เยาว์ฝากขัง
ศาลอาญา อนุญาตฝากขัง หลังกองปราบยื่นฝากขังครั้งแรก 12 วัน 3 ข้อหา ตร.ไม่ค้านประกันให้เป็นดุลยพินิจศาล รอลุ้นผู้ต้องหายื่นประกัน
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 7 ธ.ค.60 เวลา 14.30 น. พ.ต.ต.(หญิง) ดวงมณี พานนาค พนักงานสอบสวนกองปราบปรามควบคุมตัว นายธนวรรธน์ บรรเทาทุกข์ อายุ 39 ปี , นายธนกฤต วินัยกิจ อายุ 41 ปี , นายวุฒิ จิตร์โสภา อายุ 54 ปี , นายวีระพันธ์ วงพิมล อายุ 36 ปี , นายคชา พงษ์จำรัส อายุ 28 ปี , นายจำเนียร แซ่ลี้ อายุ 53 ปี , นายอโนทัย วีระสัย อายุ 49 ปี , นายวีรพันธ์ ศิริพัฒนพงษ์ อายุ 61 ปี , นายไพบูลย์ วาริพินทุ อายุ 55 ปี , นายเจิมพงษ์ พิพัฒสัจจา อายุ 38 ปี และนายธงชัยเฉลิมพล ถ้อยคำดี อายุ 43 ปี ทั้งหมดเป็นชาวพระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาที่ 1-11 คดีซื้อบริการทางเพศผู้เยาว์ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มายื่นฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 7-18 ธ.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและตรวจหลักฐานต่างๆ โดยพนักงานสอบสวนไม่ได้คัดค้านการให้ประกันตัวแต่อย่างใด ซึ่งหากผู้ต้องหาจะยื่นขอประกันตัวก็ให้เป็นดุลยพินิจของศาล
ทั้งนี้คำร้องฝากขัง บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปราม ได้จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 11 คน ตามหมายจับของศาลอาญาที่ออกเมื่อเดือน พ.ย.60 โดยกล่าวหาผู้ต้องหาที่ 1 ว่าข่มขืนกระทำชำเราและพรากผู้เยาว์อายุเกิน 15 ปีแต่ไม่ถึง 18 ปีโดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจ และกล่าวหาผู้ต้องหาที่ 2-11 ว่าพรากผู้เยาว์ฯ โดยวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปราม ได้รับการประสานจากมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรีว่าได้รับร้องทุกข์ จาก น.ส.เอ (นามสมมุติ) มารดาของ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 15 ปีเศษผู้เสียหาย ให้ช่วยเหลือเด็กสาวผู้เสียหายซึ่งถูก น.ส.ปาวีณา หรือปอน ทองเชื้อ อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นอาเลี้ยงหลอกและข่มขู่ไปขายบริการทางเพศนาน 7 เดือนถ้าเด็กไม่ทำตามก็จะถูกด่าทอทุบตีทำร้าย ต่อมาวันเดียวกันตำรวจจึงได้จับกุม น.ส.ปาวีณา ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นธุระจัดหาบุคคลอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่ถึง 18 ปีไปเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นโดยไม่ยินยอม และค้ามนุษย์ (เด็ก) ที่กระทำกับบุคคลอายุเกินกว่า 15 แต่ไม่ถึง 18 ปี ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แยกดำเนินคดีไปต่างหาก
ต่อมา ตำรวจได้จับกุมขยายผลดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ซื้อบริการทางเพศกับผู้เยาว์ โดยตรวจสอบจากโทรศัพท์มือถือที่ยึดได้จาก น.ส.ปาวีณา ผู้ติดต่อซื้อ-ขายบริการ พบการติดต่อกับผู้ต้องหาทั้งหมดในการจัดให้เด็กหญิงไปร่วมหลับนอนกับกลุ่มผู้ต้องหาโดยนัดแนะส่งตัวตามโรงแรมต่างๆ ใน ต.ข้าวเม่า อ.พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งโรงแรมม่านรูดอื่นๆ โดยผู้ต้องหาที่ 1 มีเพศสัมพันธ์กับ น.ส.บี ผู้เสียหายรวม 8 ครั้ง แต่ละครั้งจะให้เงินจำนวน 500-1,000 บาท ผู้เยาว์จะนำเงินส่งมอบให้กับน.ส.ปาวีณาทุกครั้ง ส่วนผู้ต้องหาอื่นๆ น.ส.ปาวีณา ผู้ติดต่อจะพา น.ส.บี (นามสมมุติ) เด็กสาวไปมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งมีการจ่ายค่าซื้อบริการครั้งละ 500 – 1,500 บาทบ้าง ซึ่งบางคนใช้บริการ 4 - 8 ครั้งที่โรงแรมม่านรูดในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา โดยทุกครั้ง น.ส.ปาวีณา จะเป็นผู้รับเงิน โดยชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาดำเนินคดี ผู้ต้องหาที่ 1 รวม 3 ข้อหา ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่ถึง 18 ปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายซึ่งผู้นั้นไม่อาจอยู่ในภาวะที่สามารถขัดขืนได้ , พรากผู้เยาว์อายุเกิน 15 ปีแต่ไม่ถึง 18 ปีไปเพื่อการอนาจารฯ , พาบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปีไปเพื่อการอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 , 318 วรรคสาม และ 283 ทวิ
ส่วนผู้ต้องหาที่ 2-11 ดำเนินคดี 2 ข้อหา ฐานพรากผู้เยาว์อายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปีไปเพื่อการอนาจารฯ , พาบุคคลอายุเกิน 15 ปีแต่ไม่ถึง 18 ปีไปเพื่อการอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 วรรคสาม และ 283 ทวิ ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1 ให้การปฏิเสธข้อหาข่มขืนฯ ส่วนข้อหาอื่นให้การรับสารภาพ ขณะที่ผู้ต้องหาที่ 2,5,7,8 และ 9 ให้การรับสารภาพทุกข้อหา ส่วนผู้ต้องหาที่ 3,4,6,10 และ 11 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาทั้งหมดแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้.



