
พระ-ชาวบ้านพบกระดูกสัตว์เชื่อ"กระทิงโบราณ"
เจ้าอาวาส-ชาวบ้านนำกระดูกสัตว์ลึกลับส่งสำนักโบราณคดีตรวจสอบ ผู้เชี่ยวชาญระบุเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมคาดเป็น กระทิงโบราณ
เมื่อเวลา 10.30 น.ของวันที่ 29 ก.ย.52 พระครูสันติคุณาธาร เจ้าอาวาสวัดผาสุการาม นาย วิไล แก้วรัตน์ นายก อบต.ควนชะลิก อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนาง กิ้มอิ้น นุ่นชูคัน อายุ 69 ปี อยู่ 5/1 ม.1 ต.ควนชะลิก อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ได้นำเอาเอากระดูกสัตว์ขนาดใหญ่ ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าเป็นสัตว์ชนิดใดแต่เชื่อว่าเป็นสัตว์สมัยโบราณจำนวนมากเข้าพบกับเจ้าหน้าที่โบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช เพื่อให้มีการตรวจสอบว่าสัตว์ดังกล่าวนั้นเป็นสัตว์ชนิดใดและมีอายุมากน้อยแค่ไหน
นาง กิ้มอิ้น นุ่นชูคัน อายุ 69 ปี เปิดเผยว่ากระดูกดังกล่าวนี้ลูกหลานได้พบในขณะที่ลงไปสูบน้ำในหนองน้ำ ม.3 ต.ควนชะลิก อ.หัวไทร เพื่อนำน้ำเข้าเลี้ยงนาข้าว ปรากฏว่าเมื่อสูบน้ำจนหมดหนองน้ำ ได้เตรียมที่จะจับปลาจึงลงไปจับปลาและเหยียบกระดูกที่โผล่ขึ้นมาจากดินดานก้นหนองน้ำ จึงช่วยกันขุดอย่างต่อเนื่องพบกระดูกสัตว์จำนวนมากและเป็นสัตว์ใหญ่อย่างแน่นอน ทั้งเชื่ออีกว่าน่าจะเป็นสัตว์ใหญ่ในสมัยโบราณ จึงนำมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าเป็นสัตว์ชนิดใด
อย่างไรก็ตามต่อมาผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 14 ได้นำเอากระดูกดังกล่าวมาเรียงหมวดหมู่ตามลักษณะทางกายภาพ พบว่าสัตว์ดังกล่าวนั้นมีขนาดใหญ่ และเมื่อตรวจสอบพบว่ามีฟันหลายซี่ลักษณะซี่ฟันและโครงสร้างอยู่ในประเภทสัตว์เคี้ยวเอื้อง เลี้ยงลูกด้วยนม เชื่อว่าเป็นสัตว์ประเภทกระทิงยังไม่สามารถประเมินอายุได้ เนื่องจากต้องมีกรรมวิธีตรวจในทางวิทยาศาสตร์ แต่สันนิษฐานว่ากระดูกดังกล่าวนั้นอยู่ในระหว่างอายุประมาณหลายร้อยจนถึงพันปี และเมื่ออยู่ใต้น้ำในชั้นดินดานความชื้นและดินโคลนจึงสามารถยังรักษาสภาพกระดูกได้อย่างสมบูรณ์ค่อนข้างมาก แต่ถ้าตรวจสอบพบกะโหลก จะสามารถยืนยันลักษณะได้อย่างชัดเจน เบื้องต้นนั้นน่าเชื่อว่าจะเป็นกระทิงโบราณที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ละแวกนั้น
สำหรับพื้นที่ดังกล่าวนั้นเดิมเป็นพื้นที่ป่าพรุเชื่อมต่อกับป่าชายเลน ตามหลักฐานหลายอย่างที่ปรากฏนั้นมีสัตว์ใหญ่อาศัยอยู่จำนวนมากเช่นช้างโบราณ แต่เมื่อมีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มากขึ้นทำให้การหักร้างถางพงทำนามาตั้งแต่ครั้งโบราณทำให้ป่าพรุค่อยๆเสื่อมสภาพกลายเป็นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การทำนา หลายครั้งจึงพบหลักฐานโครงกระดูกสัตว์ขนาดใหญ่ตามหนองน้ำโบราณบ่อยครั้ง



