ข่าว

"ธาริต"ไม่หนักใจคัมแบ็กคุมดีเอสไอ

"ธาริต"ไม่หนักใจคัมแบ็กคุมดีเอสไอ

29 ก.ย. 2552

ครม.ดัน "ธาริต เพ็งดิษฐ์" ผงาดคุมดีเอสไอ ย้าย "ทวี สองส่อง" ขึ้นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม เด้ง "นัทธี"จากกรมราชทัณฑ์นั่งตบยุงในกรุผู้ตรวจ ขรก.กระทรวงตราชั่งงงตั้ง"ชูจิรา"คนสนิท สมชาย วงศ์สวัสดิ์ คุมถุงเงินบังคับคดี

 นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงการฏยกย้ายพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า เป็นการปรับกลไกภาพรวมตามนโยบายของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แม้ว่าพ.ต.อ.ทวีจะมีความสามารถในด้านการสอบสวนคดีโดยมีผลงานในคดีสำคัญหลายคดี ซึ่งการย้ายมาเป็นรองปลัดกระทรวงเพื่อให้ดูแลภารกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แทนนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวง

 อย่างไรก็ตาม การย้ายพ.ต.อ.ทวีครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคดีที่มีความเกี่ยวพันกับพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องการสอบสวนในดีเอสไอทำงานในรูปแบบคณะพนักงานสอบสวน ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคณะพนักงานสอบสวนได้กลางคัน ส่วนสาเหตุที่ย้ายนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ไปทำงานในดีเอสไอ เพราะนายธาริตมีส่วนร่วมยกร่างกฎหมายสอบสวนคดีพิเศษมาตั้งแต่ต้น จึงเชื่อว่าจะสามารถเข้าไปปรับกลไกในองค์กร

 ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า ในส่วนของกรมราชทัณฑ์ รัฐบาลมีนโยบายปราบปรามยาเสพติด แต่ยังมีการลักลอบซื้อขายยาเสพติดในเรือนจำอย่างต่อเนื่อง รัฐมนตรีจึงต้องการผู้บริหารที่มีประสบการณ์เข้ามาแก้ปัญหายาเสพติด แต่การทำงานโดยผู้บริหารเพียงคนเดียวคงไม่สามารถแก้ปัญหาได้ โดยนายชาติชาย สุทธิกลม ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นทั้งผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญ จึงเชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหายาเสพติดในเรือนจำได้ สำหรับนายนัทธีที่ถูกย้ายมาเป็นผู้ตรวจราชการไม่ใช่เป็นการลงโทษ ส่วนตำแหน่งรองปลัดกระทรวงและผอ.สำนักกิจการยุติธรรม ที่ยังว่างอยู่นั้น นายพีระพันธุ์จะพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมต่อไป

 สำหรับตำแหน่งที่มีการสับเปลี่ยนโยกย้ายในกระทรวงยุติธรรม ประกอบด้วย นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ นางชูจิรา กองแก้ว รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมบังคับคดี นายภิญโญ ทองชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการป.ป.ท. เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ เป็นรองปลัดกระทรวง นายชาติชาย สุทธิกลม ที่ปรึกษาสำนักงานป.ป.ส. เป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายชาตรี ไชยโย ผอ.สำนักกิจการยุติธรรม เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง

 ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ตนเคยเป็นรองอธิบดีดีเอสไอมาถึง 5 ปี จึงไม่รู้สึกหนักใจที่ได้รับแต่งตั้งให้กลับไปดีเอสไออีกครั้ง และจะตั้งใจทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ตนไม่กังวลต่อกระแสการต่อต้านภายในดีเอสไอ รวมถึงการออกใบปลิวโจมตีบทบาทการบริหารในป.ป.ท.ของตน และโจมตีไปถึงภรรยาของตนที่ทำงานในดีเอสไอ โดยการโยกย้ายในดีเอสไอจะทำเท่าที่จำเป็นและเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ

 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการเมืองที่มักแทรกแซงการทำงานในดีเอสไอทำให้มีการโยกย้ายบ่อยครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล นายธาริต กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่หน่วยงานให้คุณให้โทษมักจะถูกแทรกแซง แต่เชื่อว่าโครงสร้างการทำงานแบบคณะพนักงานสอบสวนของดีเอสไอจะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดี รวมทั้งหากผู้บริหารหน่วยงานไม่เอนเอียงไปทางการเมืองสังคมจะเป็นภูมิคุ้มกันให้ การเมืองไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย ข้าราชการประจำต้องทำงานตามนโยบาย โดยจะต้องมีระยะห่างที่เหมาะสม หากข้าราชการวางตัวได้ดีก็จะสร้างความมั่นใจให้กับคนในสังคม

 สำหรับประวัตินายธาริตเริ่มรับราชการที่สำนักงานอัยการสูงสุดเมื่อปี 2533 จากนั้นในปี 2544-2546 ขณะดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดประจำกรม ได้รับการทาบทามให้ช่วยราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นทีมงานของนายพันธุ์ศักดิ์ วิญญรัตน์ ที่ปรึกษานายกฯ สมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่อมาได้ย้ายมาเป็นรองอธิบดีดีเอสไอนาน 5 ปี จึงได้รับการเสนอชื่อเป็นเลขาธิการป.ป.ท.

 ทางด้านนายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไรที่ถูกย้ายมาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง เพราะพร้อมที่จะทำงานในทุกตำแหน่ง ส่วนสาเหตุที่ถูกย้ายคาดว่าอาจเป็นเพราะที่ผ่านมาทำงานสนองนโยบายได้ไม่เต็มที่ โดยก่อนหน้านี้ตนได้เก็บของใช้ส่วนตัวภายในห้องทำงานที่กรมราชทัณฑ์เรียบร้อยแล้ว

 สำหรับพ.ต.อ.ทวีและนายนัทธีถูกจับตาจะโยกย้ายหลังเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เพราะถูกมองว่าเป็นขั้วอำนาจเก่า และทำงานไม่สนองนโยบาย ซึ่งสอดรับกับทวิสเตอร์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่โพสต์ข้อความระบุว่าในสัปดาห์นี้จะมีคนที่เคยทำงานใกล้ชิดถูกโยกย้าย 2 ตำแหน่ง โดยก่อนหน้านี้มีความพยายามจะย้ายพ.ต.อ.ทวีมาเป็นผู้ตรวจราชการแต่ในที่สุดก่อนเริ่มประชุมครม. ก็มีการสับเปลี่ยนรายชื่อในบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายภายในกระทรวงยุติธรรมอีกครั้ง

 โดยนายนัทธีถูกส่งมาเข้ากรุผู้ตรวจราชการแทน เพราะฝ่ายการเมืองไม่พอใจที่มีการสั่งซื้อขายยาเสพติดในเรือนจำ อีกทั้งยังมีปัญหาความไม่พอใจหลังรัฐบาลเปลี่ยนแปลงวิธีการประมูลข้าวในเรือนจำทั่วประเทศ โดยตัดลดค่าอาหารนักโทษและเปลี่ยนวิธีการจัดซื้อจากการเปิดประมูลอย่างเสรีมาใช้วิธีซื้อตรงจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกรมราชทัณฑ์โต้แย้งว่าอาจมีปัญหาการจัดส่งข้าวไม่ทันกำหนด เพราะหน่วยงานของรัฐไม่มีสต็อกข้าว สุดท้ายก็จะหนีไม่พ้นวงจรการวิ่งเต้นเพื่อให้ได้เป็นตัวแทนส่งข้าวให้กับเรือนจำ

 ในส่วนของอธิบดีกรมบังคับคดีที่ก่อนหน้านี้ มีแคนดิเดทหลายคน ได้แก่ นางลางน้อย ปาลวัฒน์วิไชย รองอธิบดีกรมบังคับคดี นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รองปลัดกระทรวง นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ รองปลัดกระทรวง แต่สุดท้ายนางชูจิรา กองแก้ว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กลับได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งทั้งที่นาชูจิราเป็นผู้ที่มีความสนิทสนมกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี

 สำหรับตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ของพล.ต.ท.กฤษณะ ผลอนันต์ ซึ่งเป็นอีก 1 ตำแหน่งที่ถูกมองว่าจะถูกโยกย้ายเข้ามาเป็นรองปลัดกระทรวงหรือผู้ตรวจราชการกระทรวง แต่ในที่สุดกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ขณะนี้มีตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรมยังว่างอีก 1 ตำแหน่ง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแต่งตั้งนางชูจิราเป็นอธิบดีกรมบังคับคดีสร้างความประหลาดใจให้กับข้าราชการทุกระดับในกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่พลิกความคาดหมาย เพราะนางชูจิรามีความใกล้ชิดกับขั้วอำนาจเก่า เคยไปช่วยงานให้กับนายสมชายทั้งที่กระทรวงศึกษาธิการและทำเนียบรัฐบาล โดยรายชื่อของนางชูจิราไม่เคยติดอยู่ในโผโยกย้ายก่อนหน้าที่แต่กลับถูกใส่ชื่อเข้าไปก่อนที่การประชุมครม.จะเริ่มต้นขึ้น