
ป.โทเตรียมฟ้องม.กรุงเทพธนบุรีเปิดหลักสูตรคุรุสภาไม่รับรอง
เจรจาเหลวผู้บริหารม.กรุงเทพธนบุรียืนชดใช้ 7 หมื่น"กลุ่มนักศึกษา ป.โท หลักสูตรศึกษาศาสตร์" แจงค่าเสียหายจริงร่วม 3 แสนสุดท้ายตัดสินใจร้องสภาทนายช่วยฟ้องแพ่ง-อาญา
6 ธ.ค. 60 ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถ.พหลโยธิน บางเขน ตัวแทนสภาทนายความ เป็นคนกลาง ร่วมการเจรจากันระหว่าง มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี กับกลุ่มนักศึกษา หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษาหลักสูตรปีการศึกษา 1/2557 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี จากกรณีจ่ายค่าเรียนและศึกษาจนจบหลักสูตรแล้วไม่สามารถขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษาจากคุรุสภาได้ เนื่องจากหลักสูตรนั้นมีปัญหาที่คุรุสภามีมติไม่รับรอง ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยเปิดรับนักศึกษาเกินกว่าจำนวนที่ขออนุญาตด้วย
โดยนายนิโรธ นิ่มวิวัฒน์ ประธานนักศึกษาหลักสูตรดังกล่าว เปิดเผยหลังเจรจาว่า วันนี้ตนและกลุ่มนักศึกษากว่า 20 คน ได้เดินทางมาพร้อมเจรจา สรุปประเด็นปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างการศึกษาไว้ถึง 33 ข้อ และข้อเสนอที่จะพูดคุยกับผู้แทนมหาวิทยาลัย ซึ่งวันนี้มีนายวิทยา เบ็ญจาธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และผู้ติดตามอีก 1 คน เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัย มาพูดคุย แต่ปรากฏว่าใช้เวลาเพียง 30 นาที การเจรจาก็จบลง โดยไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการเยียวยาและชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งบรรยากาศของการพูดคุยนั้น ฝ่ายผู้แทนมหาวิทยาลัยก็ได้เริ่มก่อนโดยยืนยันตัวเลขการเยียวยาเดิมคือจำนวน 70,000 บาท ซึ่งแตกต่างมากจากจำนวนที่กลุ่มนักศึกษามีค่าใช้จ่ายจริงในการเข้าเรียนในหลักสูตรดังกล่าว โดยเริ่มแรกการเข้าเรียนหลักสูตรก็ต้องชำระค่าลงทะเบียน 10,000 บาท และค่าทางการศึกษาตลอดหลักสูตรอีกจำนวน 147,000 บาท
นอกจากนี้ระหว่างหลักสูตรก็ยังมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางและประกอบกิจกรรมทางการศึกษาอีก รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นตลอดการศึกษา ประมาณ 300,000 บาทต่อคน ดังนั้นฝ่ายนักศึกษาไม่สามารถที่จะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวได้ อีกทั้งบางคนเมื่อเรียนจบหลักสูตรแล้วก็ไม่สามารถที่จะไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ เพราะไม่มีการรับรองหลักสูตร ทำให้ไม่ได้รับการยอมรับหรือบางคนก็ไม่สามารถที่จะนำวุฒิการศึกษานี้ไปใช้ในความเจริญก้าวหน้าทางการงานระดับบริหารได้เขาก็ยังมีค่าเสียหายจากการสูญเสียโอกาสในอนาคตอีกด้วย
นายนิโรธ กล่าวต่อไปว่า เมื่อปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้ กลุ่มนักศึกษาจึงตัดสินใจแล้วที่จะใช้สิทธิทางกฎหมายยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากมหาวิทยาลัยเป็นคดีแพ่ง รวมทั้งความผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งการหารือทางกฎหมายเบื้องต้นเข้าใจว่า กรณีดังกล่าวนี้น่าจะเข้าข่ายความผิดฉ้อโกงประชาชน ดังนั้นในวันนี้ ตนและคณะนักศึกษารวม 22 คน ได้ให้ถ้อยคำเกี่ยวกับข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้น และเขียนคำร้องขอความช่วยเหลือทางกฎหมายกับสภาทนายความฯ เพื่อให้จัดทนายความดูแลการฟ้องคดีแพ่งและอาญา ซึ่งกรณีนี้น่าจะยื่นฟ้องในรูปแบบ "การดำเนินคดีแบบกลุ่ม"
โดยขณะนี้ตนได้แจ้งข้อมูลให้กลุ่มนักศึกษาที่อยู่ในกลุ่มแชทไลน์เดียวกันที่มีจำนวนประมาณ 600 คน ทราบแล้ว ซึ่งผู้ที่ได้รับความเสียหายจากกรณีเดียวกันก็น่าจะทยอยมาให้ข้อมูลกับสภาทนายความฯ ต่อไป อย่างไรก็ดี ในวันที่ 18 ธ.ค. นี้ ทราบว่าสภาทนายความฯจะมีการประชุมคณะกรรมการ ดังนั้นก่อนถึงวันดังกล่าวก็จะพยายามให้กลุ่มนักศึกษาผู้เสียหายที่เหลือมายื่นเป็นคำร้องไว้ ซึ่งตามเงื่อนไขการฟ้องคดีแบบกลุ่ม เรายังขาดจำนวนอีกประมาณ 10 คน และถ้ามีการประชุมของสภาทนายความฯ ก็อาจจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมได้ทัน เพื่อพิจารณาว่าจะให้ความช่วยเหลือกรณีที่เราจะใช้สิทธิยื่นฟ้องคดีแพ่งแบบกลุ่มและคดีอาญาได้เพียงใด
นายนิโรธ กล่าวอีกว่า การออกมาเคลื่อนไหวและแสดงทางออกครั้งนี้เพราะได้รับความเสียหาย และยังเห็นว่ากรณีดังกล่าวยังเป็นปัญหาเรื่องโครงสร้างระบบการศึกษาของไทยที่สถาบันการศึกษารับทราบเรื่องหลักสูตรที่ไม่ได้รับการรับรองแล้วยังคงฝืนเปิด ขณะเดียวกันก็ยังรับนักศึกษาจนเกินอัตราที่กำหนด ซึ่งมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นก็มีจำนวนหลายล้านบาท หากนับจากการศึกษาในหลายรุ่นที่ผ่านมา ขณะที่การเจรจาพูดคุยในวันนี้ เราก็พยายามที่จะเชิญให้มีตัวแทนจาก กสม.ให้เข้ามาร่วมรับทราบถึงปัญหาโครงสร้างการศึกษาของไทยด้วย แต่ก็ต้องถูกกันออกไป โดยการตัดสินใจใช้สิทธิฟ้องคดีก็หวังที่จะให้มีบรรทัดฐานต่อการแก้ไขปัญหา



