ข่าว

นำร่องจนท."กรมศุลฯ"กลุ่มเสี่ยงยื่นบัญชีทรัพย์สิน

นำร่องจนท."กรมศุลฯ"กลุ่มเสี่ยงยื่นบัญชีทรัพย์สิน

06 ธ.ค. 2560

"คกก.ปฏิรูปปราบโกง" เผย ผลรับฟังความเห็น ปชช. ต้องการเป็นเครือข่ายชี้เบาะแส มีอำนาจฟ้องร้องคนทำผิด จี้ รัฐออกกม.คุ้มครอง                 

           6 ธ.ค.60   นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ แถลงถึงความคืบหน้าการดำเนินการของคณะกรรมการปฏิรูปฯว่า ที่ผ่านมากรรมการปฏิรูปฯได้รับฟังความคิดเห็นเสร็จสิ้นแล้ว 4 ภาค มีประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นรวม 1,000 คน ทั้งกลุ่มการเมือง ภาครัฐ นักวิชาการ ภาคประชาชน ซึ่งผลการรับฟังความคิดเห็นนั้นปรากฏว่าประชาชนให้ความสนใจเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมากขึ้น เพราะเห็นว่าการทุจริตทำให้ประเทศเสียหายทุกด้าน และประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเข้ามาเป็นเครือข่ายในการป้องกันการทุจริต ทั้งการชี้เบาะแสะ และฟ้องร้องผู้กระทำผิด โดยขอให้รัฐออกกฎหมายเพื่อรับรองอำนาจดังกล่าวให้ประชาชนภายใน 1 ปี และต้องคุ้มครองประชาชนที่แจ้งเบาะแสด้วย ในลักษณะการคุ้มครองพยาน 

          "จี้"รัฐเปิดเผยข้อมูลลดการใช้ดุลนิพิจจนท.รัฐ หน่วยไหนทุจริต หัวหน้าส่วนราชการโดน

           นายปานเทพ กล่าวว่า นอกจากนั้นต้องการให้รัฐเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงได้ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตลอดจนต้องการให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต ลดการใช้ดุลยพินิจต่าง ๆ ลงไป โดยออกกฎระเบียบต่าง ๆ ให้ชัดเจน พร้อมทั้งจัดให้มีการแจ้งสถานะทางการเงินอย่างเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบ ทังนี้หากมีการทุจริตในหน่วยงานแล้วผู้บังคับบัญชาไม่ตรวจสอบ หรือเพิกเฉยก็จะต้องมีความผิดทั้งทางอาญาและทางวินัย และจะต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย ขณะที่การทำงานของหน่วยงานตรวจสอบควรจะมีการบูรณาการกการทำงานร่วมกัน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว ส่วนในเรื่องการป้องกันการทุจริต ประชาชนต้องการให้รัฐส่งเสริมเรื่องคุณธรรมจริยธรรม และปลูกฝังเรื่องความสุจริตในประชาชนทุกระดับ ปลูกฝังค่านิยมความถูกต้องของสังคม

             เห็นความหวังประเทศปชช.ตื่นตัวเข้ามามีส่วนร่วม

            "ผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ตรงกับที่คณะกรรมการปฏิรูปฯได้วางแนวทางไว้เกือบทุกด้าน ซึ่งเราก็มั่นใจว่าการปฏิรูปจะได้ผล ขณะนี้เราเห็นว่าทิศทางประเทศเรามีความหวัง เพราะประชาชนให้ความสนใจ และตื่นตัวมากที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ซึ่งผมมองว่าหากการแก้ปัญหาการทุจริตไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ข้อเสนอของประชาชนทั้งหมด คณะกรรมการปฏิรูปฯจะนำไปประกอบในแผนการปฏิรูปที่เรากำลังจัดทำอยู่ โดยจะมีการเสนอแผนดังกล่าวต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนวันที่ 24 ธ.ค.นี้" นายปานเทพกล่าว

           "วีรวิท"เผย"คกก.ปฏิรูปปราบโกง" เน้น 8 ด้าน 

           ขณะที่พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ กรรมการและโฆษกคณะกรรมการปฏิรูปฯ กล่าวว่า จากการรับฟังความเห็นของประชาชน สิ่งที่คณะกรรมการปฏิรูปได้มองและเน้น 8 ประการ ประกอบด้วย 1.เน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนให้เป็นแกนกลางในการเสนอแนะ ติดตาม ตรวจสอบ และต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ และรัฐควรออกกฎหมายรับรองการทำงานของภาคประชาชนภายใน 1 ปี 2.เครือข่ายตรวจสอบของภาคประชาชนต้องได้รับบทบาทและมีอำนาจในการเข้าถึงและตรวจสอบข้อมูลอย่างแท้จริง

           3.ยุทธศาสตร์ด้านการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบต้องเน้นมาตรการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างแท้จริง4.ต้องปฏิรูปการบริหารงานของหน่วยงานภาครัฐ ให้ทำงานอย่างเป็นเอกภาพ ลดความซ้ำซ้อน 5.เจ้าหน้าที่รัฐต้องมีความรับผิดชอบต่อการทุจริตและประพฤติมิชอบที่เกิดขึ้นในหน่วยงาน โดยเฉพาะหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้บังคับบัญชาโดยตรง 6.ต้องเปิดเยข้อมูลในหลายช่องทางให้ประชาชนได้รับทราบ ประชาชนถามอะไรต้องตอบให้ได้และตอบให้เร็ว โดยจะมีการกำหนดเวลาที่หน่วยงานภาครัฐต้องตอบประชาชนด้วย

           7.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับรายงานผลการใช้งบประมาณทุกด้าน ไม่ใช่มาเป็นผู้บริหารแล้วพอพ้นวาระก็ออกจากตำแหน่งไป แต่ต้องรายงานให้ประชาชนทราบด้วยว่าแต่ละปีนั้นทำอะไรบ้าง และ 8.เน้นยุทธศาสตร์ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยมีการปรับทัศนคติ ส่งเสริมให้การปลูกฝังเพื่อหล่อหลอมคุณธรรมจริยธรรมตั้งแต่เด็กและเยาวชน

          เผย"กรมศุลฯ"นำร่องให้จนท. 1,500 คน ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ยื่นบัญชีทรัพย์สิน

         เมื่อถามถึงมาตรการที่จะให้ข้าราชการทุกระดับยื่นบัญชีทรัพย์สินนั้น พล.อ.อ.วีรวิท กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวตามกฎหมาย ป.ป.ช.มี 2 ส่วน โดยเรื่องการให้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินโดยสรุปนั้น เป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.จะต้องไปพิจารณา ซึ่งก็จะมีการปกปิดข้อมูลแค่บางส่วน แต่ประชาชนยังสามารถเข้าถึงได้ ส่วนการยื่นบัญชีทรัพย์สินของข้าราชการ ก็จะมีการยื่นไปเก็บข้อมูลในสมุดประวัติของข้าราชการแต่ละคน 

           "ขณะนี้กรมศุลกากรได้เริ่มนำร่องให้เจ้าหน้าที่ในตำแหน่งสำคัญที่เสี่ยงที่จะมีการทุจริตประมาณ 1,500 คน ยื่นบัญชีทรัพย์สินเก็บไว้ในสมุดประวัติแล้ว  เชื่อว่าต่อไปความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่รัฐจะมีมากขึ้นจากการยื่นบัญชีทรัพย์สินทั้งที่เปิดเผยตามกฎหมายและที่เก็บเป็นความลับ ส่วนรายละเอียดในการยื่นจะมีรูปแบบคล้ายกับที่ ป.ป.ช.เคยดำเนินการ แต่อาจจะไม่ต้องมีการแจกแจงรายละเอียดมาก โดยระยะเวลายื่นยังมีความคิด 2 แนวทาง โดย คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มองว่าต้องยื่นทุก 3 ปี แต่ทางคณะกรรมการปฏิรูปฯคิดว่า หากข้าราชการแต่ละคนมีฐานะที่เปลี่ยนแปลงจะต้องมีการยื่นเพิ่มเติมเรื่อยๆ อาทิ ขายที่ดินได้ ขายหุ้นได้ ถูกล๊อตเตอร์รี่ ซึ่งแสดงว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นก็ต้องแจ้ง และจะมีการเก็บข้อมูลไปเรื่อย ๆไม่ได้ทิ้งของเก่า และพอมีเรื่องร้องเรียนก็สามารถนำข้อมูลมาตรวจสอบได้ ทั้งนี้หากข้าราชการไม่ดำเนินการก็จะถือว่ามีความผิดวินัย ส่วนเรื่องฐานความผิดก็จะต้องดูเจตนาว่าเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้เป็นการสร้างจิตสำนึกให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลเมื่อมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นก็จะต้องชี้แจงต่อสังคมว่าได้มาอย่างไร" พล.อ.อ.วีรวิท กล่าว