ข่าว

นัดพิพากษา คดีบึ้ม "รพ.พระมงกุฎฯ" วันนี้

นัดพิพากษา คดีบึ้ม "รพ.พระมงกุฎฯ" วันนี้

06 ธ.ค. 2560

ศาลอาญา นัดพิพากษา "อดีตวิศว กฟผ." วัย 62 ปี หลังรับสารภาพมือวางบึ้ม รพ.ต้นปี 60 เจ็บหลายสิบ

จากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.60 มีคนร้ายวางระเบิดที่ห้องจ่ายยาวงษ์สุวรรณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัสหลายราย รวมทั้งมีทรัพย์สินได้รับความเสียหายอีกเป็นมูลค่าประมาณ 1,201,100 บาท ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบแน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุ คือนายวัฒนา หรือตุ่ม ภุมเรศ อายุ 62 ปี อดีตวิศวกรการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ได้ประกอบวัตถุระเบิดท่อไปบ์บอมที่ทำจากท่อพีวีซี ที่บ้านพักของตนเอง ย่านพหลโยธินเขตบางเขน กทม.น้้น
 
    ล่าสุดในวันนี้ (6 ธ.ค.) เวลา 09.00 น. ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นัดฟังคำพิพากษาคดีดังกล่าว ซึ่งพนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง "นายวัฒนา หรือตุ่ม" อดีตวิศวกร กฟผ.วัย 62 ปี เป็นจำเลย ในคดีหมายเลขดำ อ.2868/2560 ความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288,289 (4) , ทำให้เกิดระเบิด ,ทำให้เสียทรัพย์ , พกพาอาวุธระเบิดไปในที่สาธารณะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218(4) , 221,222,224,358,371 และพ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 , พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 
 
    โดยอัยการ ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 12 ก.ย.60  ซึ่งระบุพฤติการณ์สรุป ระหว่างวันที่ 21- 22 พ.ค.60 จำเลยได้ประกอบระเบิดแสวงเครื่องชนิดจุดปะทุด้วยไฟฟ้าซึ่งเป็นระเบิดแรงต่ำชนิดดินดำประกอบไว้ในท่อพลาสติกพีวีซี สีฟ้า หรือเรียกว่า "ไปป์บอมบ์" จำนวน 1 ลูกที่ใส่ตะปูเข็มเป็นสะเก็ดระเบิดไว้ในแจกันดอกไม้พลาสติก ที่หากระเบิดก็จะทำอันตรายต่อร่างกายให้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิตได้ รวมถึงทำลายทรัพย์สินในรัศมี 5 – 10 เมตร โดยจำเลยได้สวมหน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกพรางตัวไว้ ระหว่างนำแจกันซึ่งใส่ระเบิดแสวงเครื่องดังกล่าวไปติดไว้ที่บนผนังห้องวงษ์สุวรรณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.พระมงกุฎเกล้าฯ แล้วเปิดสวิตช์ตั้งเวลาให้ระเบิดทำงานในเวลา 30 นาที ซึ่งการทำให้วงจรระเบิดทำงานส่งผลให้ พ.ท.กฤษฎา อินทรณเดช , พ.อ.หญิงพูนศรี บุญปาลิต และผู้เสียหายอื่นทั้งทหาร-พลเรือน รวม 21 คนได้รับบาดเจ็บแก่กายและอันตรายสาหัส และยังทำให้กล้องวงจรปิด รวมทั้งอุปกรณ์อื่นของรพ.พระมงกุฎฯ เสียหายรวมมูลค่า 1,201,000 บาท ซึ่งการติดตามจับกุมนั้น ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านของจำเลย ย่าน จ.นนทบุรี ก็ยึดได้แบตเตอรี่ , ชิ้นส่วนตัวเก็บปะจุไฟฟ้า , ชิ้นส่วนท่อพีวีซี , สวิชต์ , ตะปู , ตะขออลูมิเนียม ซึ่งใช้เป็นส่วนประกอบของวัตถุระเบิด
 
    ซึ่ง "นายวัฒนา" อดีตวิศวกร ที่ไม่ได้ยื่นประกันตัวนับตั้งแต่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.60 ได้ขอให้การรับสารภาพคดีในชั้นศาล โดยศาลได้สืบพยานประกอบคำรับสารภาพเนื่องจากความผิดที่อัยการยื่นฟ้องนั้นมีอัตราโทษสูง 
 
    และเมื่อสืบพยานเสร็จสิ้นไปแล้ว วันนี้ศาลจึงได้เบิกตัว "นายวัฒนา" มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อฟังคำพิพากษา ช่วงเช้าวันนี้ 
      
    โดย "นายวัฒนา" นั้น ระหว่างที่มีการสอบสวนได้ขยายผลถึงเหตุระเบิดในพื้นที่อีกถึง 7 สำนวน ซึ่งอัยการได้ยื่นฟ้องคดีกับนายวัฒนา มาแล้ว รวม 3 สำนวน โดยคดีระเบิด รพ.พระมงกุฎฯ นับเป็นสำนวนที่ 2 ซึ่งศาลจะได้มีคำพิพากษา 
 
    ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลอาญา ก็ได้มีคำพิพากษาจำคุก "นายวัฒนา" เป็นเวลา 4 ปี ปรับเงิน 975 บาทมาแล้ว หลังจากรับสารภาพเช่นกันในคดีสำนวนแรก ที่อัยการยื่นฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ.2869/2560 ในความผิดฐานประกอบ , ทำ และมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครองได้ , มียุทธภัณฑ์(วัตถุระเบิดชนิดดินดำ)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.60 จำเลยได้ประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง ชนิดไปป์บอมบ์ 4 ลูกขึ้นเองซึ่งเป็นระบบไฟฟ้า มีตัวตั้งเวลา และระเบิดดินดำ ในท่อพลาสติกพีวีซีสีฟ้าโดยใส่ไว้ในกระถางสีน้ำตาลเมื่อเกิดระเบิดจะก่อให้เกิดอันตรายรัศมีฉกรรจ์ 5 -10 เมตร นอกจากนี้ยังพบดินดำ 3 กระปุก และกระสุนลูกกรดขนาด .22 จำนวน 39 นัด ภายในบ้านพักจำเลยย่านบางเขน กทม.
 
    สำหรับคดีระเบิดสำนวนที่ 3 นั้น อัยการคดีอาญา 5 ได้ยื่นฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ.2926/2560 เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.288 , 289(4) และกระทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส , ทำ มีและใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ไว้ในครอบครอง และมีเครื่องยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ , พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ฯ จากเหตุระหว่างวันที่ 27- 30 ก.ย.50 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้ประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องโดยนำชิ้นส่วนโลหะ แบตเตอรี่  สายไฟ แผงวงจรสวิทต์เปิด - ปิด ดินดำ ขวดน้ำพลาสติกใส่นำมันเบนซิน โดยตั้งเวลาระเบิดไว้  30 นาที แล้วนำไปวางไว้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก เขตพระนคร กทม. เป็นเหตุให้ ด.ต.จิระเดช อรรถพงษ์ ข้อมือขวาขาด ช่องอกมีรอยฉีกขาด แก้วหูขวาฉีกขาด และ ส.ต.ท.วิทยา ธรสุนทรชื่น แก้วหูฉีกขาดทะลุได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งสองคน ตู้โทรศัพท์ได้รับความเสียหายจำนวน 20,000 บาท
 
    ส่วนที่เหลืออีก 4 สำนวน ประกอบด้วยเมื่อวันที่ 9 เม.ย.50 ก่อเหตุที่บริเวณตู้โทรศัพท์สาธารณะ หน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์รัชโยธิน เขตจตุจักร ท้องที่สน.พหลโยธิน , วันที่ 5 พ.ค.50 ก่อเหตุบริเวณตู้โทรศัพท์ปากซอยราชวิถี 24 เขตดุสิต ท้องที่สน.ดุสิต , วันที่ 5 เม.ย.60 ก่อเหตุหน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล ถ.ราชดำเนิน เขตพระนคร ท้องที่สน.ชนะสงคราม และวันที่ 15 เม.ย.60 ก่อเหตุหน้าโรงละครแห่งชาติ เขตพระนคร ท้องที่ สน.ชนะสงคราม คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาเนื้อหาสั่งคดีของอัยการ