ข่าว

แจ้งข้อหาหนัก-ค้านประกันหนุ่มซิ่งกระบะชนพินาศ

แจ้งข้อหาหนัก-ค้านประกันหนุ่มซิ่งกระบะชนพินาศ

04 ธ.ค. 2560

ตร.แจ้งข้อหาหนัก-ค้านประกันตัว หนุ่มซิ่งกระบะชนพินาศเจ็บ 15 ดับ 2 กลางสี่แยกพัทยาใต้

 


               จากกรณี นายอัครเดช อุดมรัตน์ หนุ่มใหญ่วัย 44 ปี ซิ่งกระบะพุ่งชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประชาชนที่ขับรถสวนมาบนถนนพัทยาใต้ จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งเด็กและผู้ใหญ่รวม 15 ราย เสียชีวิตคาที่ 2 ราย รวมทั้งสุนัขที่ต้องมาตายคอขาดอย่างอนาถ ก่อนชาวบ้านและประชาชนใกล้เคียงจะช่วยกันรุมล้อมจับรุมตัวและประชาทัณฑ์ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งพาออกจากที่เกิดเหตุ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 07.00 น. วันนี้ (4 ธ.ค.) บนถนนเส้นพัทยาใต้ บริเวณหน้าตึกคอมพัทยา ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
               ล่าสุด พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 15 ราย ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ใน 3 โรงพยาบาลหลัก ประกอบด้วย รพ.เมืองพัทยา รพ.พัทยาเมโมเรียล และ รพ.กรุงเทพพัทยา ขณะนี้พบว่าบางส่วนสามารถเดินทางกลับที่พักบ้างแล้ว แต่ยังเหลือผู้บาดเจ็บอีกสาหัสอีก 4 ราย ที่ยังคงต้องพักฟื้นให้แพทย์ดูอาการอย่างใกล้ชิด
               พ.ต.อ.อภิชัย เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้ทางตำรวจได้ควบคุม นายอัครเดช ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย แต่ไม่ปรากฏระดับปริมาณแอลกอฮอร์แต่อย่างใด ขณะที่การสอบผู้ต้องหากล่าวอ้างว่าป่วยเป็น “โรคลมชัก” โดยมีหลักฐานการรักษาตัว ที่ รพ.กรุงเทพพัทยา ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำหนังสือขอตรวจสอบประวัติการรักษาพยาบาล และแพทย์ผู้ทำการรักษาถึงข้อเท็จจริง นอกจากนี้ยังได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำการตรวจหาสารเสพติดที่ รพ.บางละมุง ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลภายในเวลา 2 ชั่วโมง ขณะที่จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเคยเสพยามาก่อน
               อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจจากแพทย์จะเป็นตัวระบุว่าผู้ต้องหาเสพยาขณะขับรถหรือไม่ ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีผู้ได้รับอันตรายสาหัส และมีผู้ได้รับอันตรายแก่จิตใจ หลบหนีและขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หากพบว่าผู้ต้องหาเสพสารเสพติดขณะขับรถด้วยจะแจ้งข้อหาเพิ่มต่อไป ขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาป่วยเป็นโรคลมชักและมีใบขับขี่ได้อย่างไรนั้น ทราบว่าเพิ่งป่วยเป็นโรคนี้ได้ประมาณ 5 ปี ขณะที่ใบขับขี่ได้มาก่อนหน้านี้