ข่าว

ป.ป.ช.ยันมีอิสระชี้มูลคดีเขาพระวิหาร

ป.ป.ช.ยันมีอิสระชี้มูลคดีเขาพระวิหาร

29 ก.ย. 2552

ป.ป.ช. ระบุ มีอิสระในการลงมติชี้มูลคดีเขาพระวิหาร ชี้ไม่มีเสียงแตก แต่อาจเห็นต่างกันได้ ด้าน"สมลักษณ์" ระบุ ผลชี้มูลไม่กระทบปัญหาไทย-กัมพูชา

(29ก.ย.) เวลา 09.00 น. นายเมธี ครองแก้ว กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการพิจารณาชี้มูลคดีเขาพระวิหารในวันนี้ ( 29 ก.ย.) ว่า วันนี้ต้องดูกรรมการป.ป.ช.คนอื่นๆว่ามีข้อมูลเพิ่มเติมที่จะเสนอต่อที่ประชุมหรือไม่ ถ้าไม่มีก็คิดว่าจะสามารถชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคลได้ แต่ส่วนตัวคิดว่าข้อมูลสำนวนคดีมีความสมบูรณ์เพียงพอแล้ว แต่ต้องฟังเสียงข้างมากและมุมมองจากกรรมการ ป.ป.ช.คนอื่นๆ ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีการเมืองเข้าแทรกแซงการพิจารณาของกรรมการ ป.ป.ช. และคณะกรรมการป.ป.ช.ก็ไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร เราทำงานอิสระ

 เมื่อถามกรณีที่มีข่าวว่าในการพิจารณาคดีนี้ในคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีเสียงแตกออกไป นายเมธี กล่าวว่า เรื่องเสียงแตกนั้นไม่มี ยืนยันว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทุกคนทำงานอย่างเป็นอิสระ โดยแต่ละคนสามารถมีความเห็นที่แตกต่างกันได้
 
 ด้านนายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก กล่าวว่า ยืนยันว่าคณะกรรมการป.ป.ช.แต่ละคนมีอิสระในการพิจารณาลงมติ โดยสามารถมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ อย่างไรก็ตามในที่ประชุมวันนี้ตนจะเสนอรายละเอียดเพิ่มเติมบางประเด็นที่ยังมีปัญหาในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่แตกต่างกันอยู่

 เมื่อถามว่าจะส่งผลให้ต้องมีการเลื่อนการพิจารณาชี้มูลออกไปอีกหรือไม่ นายกล้านรงค์ กล่าวว่า ไม่น่าจะมีการเลื่อน แต่ก็ขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุม เพราะจะมีการพิจารณาลงมติชี้มูลความผิดเป็นรายบุคคล เมื่อถามว่าหากรัฐมนตรีที่อยู่ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถูกชี้มูลความผิดจะต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายกล้านรงค์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความต่อไป

ด้านน.ส.สมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการป.ป.ช.ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนการไต่สวนคดีถอดถอนรัฐมนตรีในรัฐบาลนาย สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กรณีออกมติครม.สนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 190 กล่าวก่อนการประชุมเพื่อพิจารณาชี้มูลคดี ว่า ในการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.วันนี้ คิดว่าจะสามารถชี้มูลผู้เกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าวได้ ยืนยันว่าสำนวนมีความชัดเจนแต่ต้องขึ้นอยู่กับกรรมการแต่ละคน ที่อาจหยิบยกข้อสังเกตมาให้ที่ประชุมได้พิจารณา ขณะเดียวกันการชี้มูลบุคคลที่เหลือจะดำเนินการเป็นรายบุคคลและหากเกี่ยวข้องกับผู้ถูกกล่าวหา 12 คนที่ได้พิจารณาไปก่อนหน้านี้ก็อาจจะนำมาพิจารณาร่วมด้วยอีกครั้ง

 ส่วนกรณีความขัดแย้งในเขตแดนไทย-กัมพูชาบริเวณปราสาทพระวิหารที่มีแนวโน้มรุนแรงนั้น น.ส. สมลักษณ์ กล่าวว่า ผลการลงมติของป.ป.ช.จะไม่ส่งผลร้ายต่อประเทศ เพราะป.ป.ช. ทำงานโดยยึดหลักนิติศาสตร์ในการพิจารณาเป็นหลัก หากจะมีการนำผลการพิจารณาของป.ป.ช. เพื่อไปใช้อ้างในการดำเนินการโดยฝ่ายต่างๆ นั้นเชื่อว่าประชาชนหากได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจะสามารถใช้วิจารณญานการพิจาร ณาให้เกิดความเข้าใจได้ ทั้งนี้ส่วนตัวไม่วิตกเรื่องความปลอดภัยเพราะทำงานโดยยึดหลักข้อเท็จจริงตามกฎหมาย เชื่อว่าสังคมจะเข้าใจ