
โหมงานหนักหาเงินส่งลูกเรียนหมอดับคารถ
โชเฟอร์แท็กซี่โหมงานหนักเพื่อหาเงินส่งลูกเรียนหมอ เสียชีวิตคาพวงมาลัย
(29ก.ย.) เวลา 03.00 น. ร.ต.ท.สุดประเสริฐ หลัดกอง พนักงานสอบสวน สน.พญาไท รับแจ้งเหตุคนขับแท็กซี่เสียชีวิต หน้าซ.เพชรบุรี 11 ถ.เพรชรบุรี แขวง พญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ หลังรับแจ้งรุดไปที่เกิดเหตุ พบรถโตโยต้า อัสติส สีชทพู เลขทะเบียน ทร 8072 กรุงเทพ ของสหกรณ์ปทุมวันแท็กซี่ จอดอยู่ชิดขอบทางด้านซ้าย ทราบชื่อผู้ขับขี่นายอุดร นาควงศ์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 หมู่ 5 ต.ท่าหาดยาว อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณด้านคนขับ
ต่อมานายสมบูรณ์ มากวงศ์ อายุ 42 ปี น้องชายของผู้ตายหลังทราบข่าวเดินทางมาที่เกิดเหตุบอกว่า พี่ชายเป็นคนขยันขับรถแท็กซี่ตั้งแต่ 16.00 -05.00 น.ทุกวัน ไม่มีโรคอะไรและเป็นคนขยัน เก็บออม มีเงินเท่าไรส่งให้ลูกที่บ้านนอกหมด โดยมีลูก 3 คน คนโตเป็นผู้ชาย เรียนแพทย์ปีสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยมหิดล คนที่ 2 เรียนอยู่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และคนสุดท้าย เรียนอยู่ ม.6 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพให้สถาบันนิติเวชทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป
ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน นางสุปริญญา แสงหล้า อายุ 42 ปี และนายสมบูรณ์ นาควงศ์ อายุ 42 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าและน้องชายพร้อมด้วยญาติ ของนายอุดร นาควงศ์ อายุ 46 ปี โชเฟอร์ขับรถแท็กซี่ เดินทางมาที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อรับศพของนายอุดรไปทำพิธีทางศาสนา
นายสมบูรณ์ น้องชายผู้ตายกล่าวทั้งน้ำตาว่า พี่ชายของตนเป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่กำเนิด โดยผลการชันสูตรศพระบุว่าพี่ชายเสียชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลวฉับพลัน โดยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าก่อนเกิดเหตุรถแท็กซี่ของพี่ชายเสีย หม้อน้ำรั่ว มีควันออกจากฝากระโปรงรถด้านหน้า จึงดับเครื่องและจอดรถอยู่ข้างทางบริเวณดังกล่าว โดยนั่งพักสักครู่หนึ่งให้หม้อน้ำหายร้อน จากนั้นจึงได้ลองมาตรวจดูเครื่องยนต์และนำน้ำไปเติมหม้อน้ำ ต่อมาได้ลองสตาร์ทเครื่องอีกครั้ง ปรากฏว่ามีเสียงระเบิดมาจากตัวเครื่องยนต์ จึงอาจเป็นเหตุให้พี่ชายตกใจ ประกอบกับพี่ชายมีอาการเหนื่อยและเครียดเรื่องเงินที่ต้องส่งเสียเลี้ยงลูกถึง 3 คน จึงอาจเป็นสาเหตุให้หัวใจหยุดเต้นฉับพลัน
นายสมบูรณ์กล่าวต่อว่า สำหรับลูกชายคนโตของพี่ชาย ชื่อนายชำนาญ นาควงศ์ หรือ ตาล อายุ 23 ปี เรียนอยู่มหาวิทยาลัยมหิดล คณะทันตแพทย์ ปี 5 ส่วนลูกสาวคนกลางชื่อ น.ส.กาญจนา นาควงศ์ หรือ ยุ้ย อายุ 20 ปี เรียนอยู่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปี 3 คณะวิทยาการจัดการ ส่วนลูกคนเล็กชื่อนายธีรพงษ์ นาควงศ์ หรือ โจ้ อายุ 19 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสุวรรณภูมิพิทยไพศาล ซึ่งลูกทั้ง 3 คน ไม่ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลเนื่องจากขณะนี้อยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด หลังจากนี้จะนำศพของพี่ชายไปทำพิธีที่วัดสมุทรไชยศรี อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด เพื่อทำพิธีทางศาสนาต่อไป
ด้านนางสุปริญญากล่าวว่า นายอุดร เป็นคนที่มีมานะอดทน นิสัยดี มีกินเหล้าบ้าง แต่ไม่สูบบุหรี่ ขยันทำงานหาเงินส่งเสียลูกให้เรียนหนังสือ เป็นคนรักครอบครัวและเป็นที่รักของเพื่อนฝูง ซึ่งเมื่อก่อนนายอุดรเคยไปเป็นทหารเกณฑ์ แต่เนื่องจากเป็นโรคหัวใจจึงฝึกทหารไม่ผ่าน ต่อมาจึงได้มาขับรถแท็กซี่รับจ้าง ซึ่งขับได้มาประมาณกว่า 20 ปี มีภรรยาชื่อ นางถาวร นาควงศ์ อายุ 40 ปี ทำนาอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งนายอุดรมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก เนื่องจากได้กู้หนี้ยืมสินเพื่อนๆ และหนี้นอกระบบ เพื่อส่งเสียให้ลูกเรียนหนังสือ จึงมีเรื่องเครียดต้องหาเงินมาใช้หนี้ บางครั้งเมื่อถึงฤดูทำนา นายอุดรก็กลับไปทำไร่ไถนาที่บ้าน เพื่อตั้งใจจะส่งเสียให้ลูกทั้ง 3 คน เรียนหนังสือจนจบให้ได้
"ก่อนหน้านี้นายอุดร เคยผ่านเหตุการณ์เฉียดตามมาแล้ว ซึ่งประมาณเมื่อ 8-9 ปี ก่อน เคยถูกคนร้าย 3 คนปล้นรถ ย่านซอยเรวดี โดยใช้เชือดรัดคอแล้วใช้ไม้ทุบตีจนสลบ อาการบาดเจ็บสาหัส ซึ่งคนร้ายคิดว่านายอุดรเสียชีวิตแล้วจึงได้ลักเอาเงิดสด 4,000 บาท ไป แล้วนำรถไปทิ้งไว้ที่วัดไผ่ตัน หลังจากนั้นได้เข้าแจ้งความต่อตำรวจแต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้" นางสุปริญญา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น. ญาติๆ พร้อมเจ้าหน้าที่ได้นำศพของนายอุดร ออกจากห้องเก็บศพของโรงพยาบาล โดยบรรจุใส่โรงศพสีดำ ก่อนนำศพมาขึ้นรถมูลนิธิร่วมกตัญญู ท่ามกลางความโศกเศร้าของบรรดาญาติๆ ที่มาร่วมส่งศพเพื่อไปบำเพ็ญกุศลที่วัดสมุทรไชยศรี ซึ่งเป็นวัดที่จังหวัดบ้านเกิด เพื่อทำพิธีทางศาสนาต่อไป



