
สางบัญชีแค้น10ปียิงหน้าผากสาหัส
หนุ่มวัย 35 เลือดร้อนสางบัญชีแค้นเพื่อนบ้าน 10 ปี เคลียร์ปัญหากันไม่ลงตัว ชักปืนจ่อยิงกระสุนฝังหน้าผากสาหัส
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 3 ธ.ค.2560 ร.ต.อ.นวพล วิทยเกริกไกร รอง สว. (สอบสวน)สน.พหลโยธิน ได้รับแจ้งเหตุยิงกันทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 1431/1 ซอยพหลโยธิน 34 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผกก.สน.พหลโยธิน พ.ต.ต.เอกราช โอมาก สว.สส. เจ้าหน้าที่สายตรวจ ฝ่ายสืบสวน และกองพิสูจน์หลักฐาน
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว บริเวณกระจกหน้าบ้านพบรอยกระสุนจำนวน 1 แห่ง ภายในบ้านหน้าตู้เย็นพบเพียงกองเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่ง รพ.เมโย ไปก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อต่อมาคือ นายธเนศ เพชรประกอบ อายุ 37 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณหน้าผาก 1 นัด กระสุนฝังในอาการสาหัส ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายปิยะวิทย์ บุญฤถธิ์ อายุ 35 ปี หลังก่อเหตุได้ขับขี่รถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นอีโวลูชั่นสีเหลือง-ดำ ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน หลบหนีไปไม่ทราบเส้นทาง
จากการสอบสวนนายนายรัตย์ มังคละ อายุ 30 ปี เจ้าของเพิงพัก ทราบว่า ตนรู้จักกับนายธเนศ มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยผู้ได้รับบาดเจ็บได้แวะมาหาตน เพื่อมาเล่นสนุ๊กเกอร์เป็นประจำสัปดาห์ละ 3 วัน เพื่อมารอรับภรรยาที่ขายของอยู่ที่ตลาดนัดแห่งหนึ่งย่านเกษตร-นวมินทร์ ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน นายปิยะวิทย์ ได้ขับรถเพื่อเข้าบ้านที่อยู่ท้ายซอย และพบนายธเนศ ที่กำลังล้างมือที่่โอ่งน้ำหน้าบ้าน จากนั้นตนเห็นมีการพูดคุยกัน 2-3 คำ ก่อนนายปิยะวิทย์ จะขับรถเข้าบ้านไป ตนจึงเข้าบ้านนอนตามปกติ หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงรถขับมาจอดหน้าบ้าน และได้ยินเสียงนายธเนศ ตะโกนเสียงดังว่า กูเพื่อนมึงนะ และมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จากนั้นได้ยินเสียงรถขับออกไปจากซอย ตนจึงรีบออกมาดูพบ นายธเนศ ถูกยิงนอนจมกองเลือด จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้รีบมาตรวจสอบ
ทางด้าน พ.ต.อ.ยรรยงค์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า สาเหตุเกิดจากปัญหาส่วนตัวที่เคยมีเรื่องทะเลาะกันเมื่อ 10 ปีก่อน โดยมีการเข้าไปเคลียร์ปัญหากันแต่ตกลงกันไม่ได้ ซึ่งหลังจากนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดหา เพื่อเส้นทางหลบหนีของคนร้าย พร้อมประสานไปทางครอบครัวของนายปิยะวิทย์ ให้ติดต่อผู้ต้องหาเข้ามอบตัวต่อไป.



