
โจ๋วัดธรรมพาพวกบุกปล้นทรัพย์ในหอพัก
2 หนุ่ม 1 สาวแจ้งตำรวจเมืองพัทยาถูก 4 โจ๋แก๊งวัดธรรม บุกปล้นเงินถึงห้องนอน ได้เงิน 2 หมื่น มือถือ 4 เครื่อง ตำรวจ เผย สงสัยมูลเหตุมีเบื้องหลัง คาดหักผลประโยชน์ทางธุรกิจมืด
(29ก.ย.) เวลา 05.20 น. นายรักใจ ใบทอง อายุ 22 ปี พาน.ส.วรรณวิสา สุริยา อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 ม.7 ต.บ้านสิงห์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ พร้อมแฟนหนุ่มชื่อนายวรวุฒิ บุญครอง อายุ 23 ปี ซึ่งอยู่ในอาการร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเสียใจเข้าแจ้ง พ.ต.ท.ธวัชชัย สุดสาคร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่าถูกกลุ่มคนร้าย 4 คนใช้อาวุธปืนทำร้ายและบุกปล้นทรัพย์สินถึงห้องพักได้ทรัพย์สินจำนวนมาก
จากการสอบสวนนายรักใจ ใบทอง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนั้น ตนขี่จักรยานยนต์ออกไปทำธุระซอยวัดธรรมสามัคคี ย่านพัทยาใต้ จากนั้นได้ถูกกลุ่มคนร้ายจำฉายาได้คือนายโจ๊ก วัดธรรมพร้อมกับเพื่อนรวม 4 คน ขี่จักรยานยนต์ 3 คันมาพบตนเข้าแล้วถูกนายโจ๊กล้อมดักหน้าหลังให้หยุดพร้อมกับใช้อาวุธปืนตบหน้าตนพร้อมกับข่มขู่ชิงเอาทรัพย์ได้โทรศัพท์มือถือของตนไป 1 เครื่อง และยังใช้ปืนจี้บังคับให้ตนขี่จยย.พาไปยังห้องพักของ น.ส.วรรณวิสา น้องสาวคนสนิทกับตนพักอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าพีเจอินนท์ ซอยเออาร์พัทยากลาง ห้องเบอร์ 407 บังคับให้ตนใช้โทรศัพท์ของหอพักโทร.ขึ้นไปยังห้องของ น.ส.วรรณวิสา ที่นอนพักอยู่กับแฟน บอกให้ลงมาหาด้านล่าง แต่ น.ส.วรรณวิสาไม่ลงมา
นายรักใจให้การอีกว่า กลุ่มของนายโจ๊กจึงยึดกุญแจ จยย.ของตนไว้และขู่ให้รอด้านล่างหอพัก หากตนหนีจะตาม ขณะที่ น.ส.วรรณวิสา พร้อมกับนายวรวุฒิแฟนหนุ่มนอนหลับอยู่ แล้วคนร้ายทั้งหมดก็บุกเข้าไปพร้อมใช้ปืนจี้บังคับและตบหน้า ปล้นเอาทรัพย์สิน น.ส.วรรณวิสา พร้อมทำร้าย นายวรวุฒิได้รับบาดเจ็บ จากนั้นก็บังคับเอาทรัพย์สินมีค่า ประกอบด้วยเงินสด 20,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 3เครื่อง ก่อนที่จะพากันลงมาจากหอพักแล้วขับจยย.หลบหนีไป
หลังเกิดเหตุพวกตนพยายามร้องขอให้เจ้าของหอพักช่วยแจ้งตำรวจให้มาช่วย แต่เจ้าของหอบอกว่ารู้จักกันไม่อยากยุ่งและเคลียร์กัน เอง จากนั้นพวกตนจึงพากันมาแจ้งความร้องทุกข์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือ ดังกล่าว โดยผู้เสียหายทั้งหมดบอกอีกว่าไม่ได้แจ้งความเท็จแต่อย่างใด
เบื้องต้นพ.ต.ท.ธวัชชัย สุดสาคร พนักงานสอบสวน กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นคาดว่าน่ามีเบื้องลึกกว่าการถูกคนร้ายปล้นทรัพย์ เนื่องผู้เสียหายรู้จักกลุ่มคนร้าย และจากการสอบสวนปากคำแล้ว ผู้เสียหายแต่ละคนมีท่าทางธุรกิจหลายอย่าง เหมือนไม่กล้าบอกความจริง จากการวิเคราะห์แล้ว เชื่อว่าน่าเกิดจากเรื่องขัดผลประโยชน์ธุรกิจมืดบางอย่าง จึงถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนมาบุกปล้นทรัพย์ถึงห้องพัก อย่างไรก็ตามได้ลงบันทึกปากคำไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสาเหตุที่แท้จริงจะได้มอบหมายให้ ตำรวจฝ่ายสืบสวนมำการ สอบสวนจากกลุ่มผู้เสียหาถึงมูลเหตุที่เกิดขึ้นให้แน่ชัดขึ้นอีกครั้ง เพื่อเร่งติดตามจับกุมตัวกลุ่มคนร้ายทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



