
ติดล็อคคสช.!!! กกต.ไม่รับจองชื่อพรรคปชช.
"ไพบูลย์"เผยยื่นจองชื่อพรรคปชช.กับกกต.แต่ไม่รับอ้างติดล็อคคสช. – ทำใจรอไปยื่นใหม่หลังไร้คำสั่ง ยันนโยบายหนุน"ประยุทธ์"เป็นนายกฯ ส่งผู้สมัครครบทุกจังหวัด
1 ธ.ค.60 นายไพบูลย์ นิติตะวัน แกนนำผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.) พร้อมด้วยคณะผู้เตรียมจัดตั้งพรรค อาทิ นพ.มโน เลาหวณิช ผู้อำนวยการสถาบันคานธี มหาวิทยาลัยรังสิต, ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม, พล.อ.ลือพงศ์ โชติวิทยากาญจน์ อดีตข้าราชการกองทัพบก, นายธรรมนูญ อัตโชติ ประธานชมรมคุ้มครองสิทธิสมาชิกเจ้าหนี้สหกรณ์คลองจั่น แถลงยืนยันต่อการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังจากที่มีประกาศกกต. ให้ผู้ที่ต้องการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม
นายไพบูลย์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าตนให้เจ้าหน้าที่ยื่นหนังสือเพื่อขอจองชื่อพรรคการเมือง ว่าพรรคปฏิรูปประชาชน ชื่อย่อ ปชช. ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง แต่เจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องปฏิเสธที่จะรับจองชื่อเพราะติดเงื่อนไขห้ามทำกิจกรรมและตั้งพรรคการเมืองตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งตนเห็นใจกกต.และเตรียมจะยื่นหนังสือเพื่อจองชื่อพรรคอีกครั้งหลังคสช.ปลดล็อคคำสั่งดังกล่าว สำหรับความพร้อมของพรรค ขณะนี้มีผู้ร่วมอุดมการณ์และต้องการร่วมจัดตั้งพรรคแล้ว 117 คนกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศและทันทีที่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ จะเรียกประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง กำหนดว่าด้วยการตั้งพรรคการเมืองใหม่
"พรรคประชาชนปฏิรูปยืนยันว่าจะเป็นพรรคการเมืองระบบใหม่และจะไม่ทำเหมือนที่พรรคการเมืองในระบบ 70 พรรคที่ทำให้การเมืองไทยล้มเหลว สำหรับอุดมการณ์และนโยบายของพรรคนั้น เบื้องต้นมี 3 แนวทาง คือ ปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาให้อยู่ในพระธรรมวินัย ผ่านการออกกฎหมาย, สนับสนุนบุคคลที่ซื่อสัตย์ สุจริต มีความสามารถ เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้เป็นนายกฯ อย่างไรก็ดีประเด็นนี้คือการสนับสนุนตัวบุคคล ไม่ใช่คณะของคสช. และ ปฏิรูปเพิ่มอำนาจให้ประชาชน ตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ" นายไพบูลย์ กล่าว
สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมาถึงยืนยันว่าพรรคประชาชนปฏิรูปจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งตามระบบเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมารี่โหวต) และจะส่งผู้สมัครส.ส.ให้ครบ 77 จังหวัด เพราะเชื่อว่ากติกาการเมืองและการเลือกตั้ง ขณะนี้สร้างความเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่หรือพรรคที่เกิดใหม่ ดังนั้นตนไม่กังวลเรื่องความได้เปรียบกว่าใคร เพราะเชื่อมั่นว่าพรรคที่เตรียมตั้งนั้นจะเป็นตัวเลือกให้กับประชาชนได้



