ข่าว

"กอบศักดิ์" สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ

"กอบศักดิ์" สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ

01 ธ.ค. 2560

"กอบศักดิ์" ถือฤกษ์ 7 โมง ตามพระอุปัชฌาย์ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ ลั่น ปีนี้สำคัญในการปฏิรูปเพื่อปชช. พร้อมน้อมนำแนวทาง "ร.9" พัฒนาประเทศช่วยคนจน

 

            1 ธ.ค.60-เวลา  07.05 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถือฤกษ์เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล โดยเริ่มจากขึ้นสักการะท้าวมหาพรหมพร้อมกับคณะทำงาน บนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนลงมาสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตาศาลยาย พร้อมกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า การเข้ามาสักการะส่ิงศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ เวลานี้ เพราะเป็นฤกษ์ดีที่พระอุปัชฌาย์ที่วัดสะแก จ.นครราชสีมา ดูให้คือฤกษ์ดีตั้งแต่เวลา 07.00 น.เป็นต้นไป ก่อนอารมณ์ดีชวนผู้สื่อข่าวถ่ายรูปเป็นที่ระลึกพร้อมกล่าวยืนยันว่าแม้ จะเป็นรัฐมนตรีแล้วก็ยังเหมือนเดิมยังพร้อมรับโทรศัพท์ของผู้สื่อข่าวเช่นเดิม

           หลังจากนั้น นายกอบศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า งานที่ต้องทำไม่ได้หนักใจอะไร เพราะงานหลายอย่างได้ทำอยู่แล้ว แต่ความท้าทายที่สำคัญที่สุด เพราะมีเวลาสั้นๆ แค่ 1 ปี ในการทำทุกอย่างให้สำเร็จ ซึ่งตนได้ช่วยงานรัฐบาลทำเรื่องปฏิรูปมาตั้งแต่ สปช.และสปท.รวมถึงที่มีรัฐมนตรีใหม่หลายคน และทีมงานที่มีอยู่แล้ว ทุกคนจะช่วยกันให้ปีนี้เป็นปีที่สำคัญในการปฏิรูปเพื่อประชาชน 

           เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบภารกิจพิเศษอะไรบ้าง นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า  เพิ่งถวายสัตย์ปฏิญาณมา หลังจากนี้ นายกฯ คงจะสั่งว่า ตนกับนายสุวพันธ์ุ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะแบ่งงานอย่างไร แต่คาดว่า นายกฯจะมอบหมายงานบางส่วนท่ีเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจให้ตนทำ เช่น สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งมีประเด็นหลายอย่างที่จะช่วยได้ในเรื่องเศรษฐกิจ 

              "กอบศักดิ์" สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ

           เมื่อถามว่า ตื่นเต้นกับตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ นายกอบศักดิ์ ตอบว่า ไม่ตื่นเต้นเลย ทำงานที่ทำเนียบฯมา 2 ปีแล้ว อยู่ที่ตึกบัญชาการ 1 มาตลอด แค่ย้ายจากชั้น 1 ไปชั้น 2 ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ที่เปลี่ยนแปลงคือโอกาสที่จะใช้ตำแหน่งที่รับมาขับเคลื่อนงานให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะมีหลายเรื่องที่ประชาชนรอ ทั้งการช่วยเหลือคนยากจน คนที่อยู่ฐานราก และการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย สำหรับลูกหลานของเรา ก็อยากจะใช้เวลา 1 ปีที่มีอยู่ทำเรื่องเหล่านี้ 

           เมื่อถามว่า จากพระราชดำรัสในหลวง รัชกาลที่ 10  จะน้อมนำมาปฏิบัติอย่างไร นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า พระองค์ท่านทรงตรัสให้พิจารณาถึงสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำเป็นแบบอย่างไว้ และให้นำมาสู่การปฏิบัติ ซึ่งตนได้นำไปแนวคิดของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์นักคิดนักพัฒนา เห็นช่องทางในการพัฒนาประเทศไทย ซึ่งส่ิงที่หลายๆ คนไม่ทันเฉลียวใจ 

                "กอบศักดิ์" สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ

           นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้เราไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญต่อพี่น้องชนบท และประชาชน ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่เน้นถึงความเข้มแข็งของตำบล หมู่บ้านจริงๆ แต่เราไปเน้นบริษัทขนาดใหญ่ พื้นที่อุตสาหกรรม และพัฒนาความก้าวหน้าเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนพื้นที่อื่นแห้งแล้งหมดเลย จังหวะนี้จึงเป็นเรื่องที่ดีที่จะน้อมนำกระแสพระราชดำรัสที่บอกว่า การพัฒนาต้องทำตามลำดับขั้น และสร้างความกินดีอยู่ของประชาชนก่อน แล้วนำไปสู่การพัฒนาอย่างแท้จริงต่อ ซึ่งนายกฯมีดำริว่า อยากจะทำเรื่องของการแก้ไขปัญหาคนจนในปีนี้ และตนยินดีช่วยอย่างเต็มที่ 

           ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเวลาที่เหลือ 1 ปี จะกดดันหรือไม่ เพราะต้องเร่งสร้างผลงาน นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้กดดันมาก เพราะเราได้เตรียมงานไว้เยอะแล้ว ถ้าเรามารับตำแหน่งในขณะนี้ แล้วยังไม่มีการศึกษา ไม่มีแนวทางในการทำงานก็คงกดดันมาก เพราะมีเวลาแค่ 1 ปี และจะไปทำอะไร ซึ่ง ณ ขณะนี้เรามีข้อเสนอไว้หมดแล้ว อย่างล่าสุดมีเรื่องของสถาบันการเงิน ของประชาชนตามตำบลต่างๆ การปฏิรูปการคลัง แผนปฏิรูปเศรษฐกิจ ซึ่งเวลา 1 ปีที่เหลือนี้คาดว่าทำได้มากขึ้น