ข่าว

ลุ้นครม.ชี้ขาดรถเมล์4พันคันสศช.ชงข้อดี-เสีย

ลุ้นครม.ชี้ขาดรถเมล์4พันคันสศช.ชงข้อดี-เสีย

29 ก.ย. 2552

สศช.ส่งโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันเข้า ครม.วันที่ 29 กันยายนนี้ เสนอ 10 ประเด็น มีทั้งข้อดี-ข้อเสียจากการเดินหน้าหรือเลิกโครงการ เผยนายกฯ หนุนวิธีการซื้อมากกว่าเช่า เหตุราคาไม่สูงถึง 5 หมื่นล้านบาท

 นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 29 กันยายนนี้ สศช.จะเสนอความเห็นเกี่ยวกับการพิจารณาโครงการจัดหารถโดยสารปรับอากาศเครื่องยนต์เอ็นจีวี 4,000 คัน ของกระทรวงคมนาคม ให้ที่ประชุมพิจารณา ซึ่งผลสรุปจะเป็นอย่างไรต้องรอมติจากที่ประชุม ครม.อีกครั้ง

 แหล่งข่าวจาก สศช.กล่าวว่า ข้อเสนอของ สศช.จะเป็นลักษณะการให้ข้อมูลอย่างละเอียดในทุกด้าน เพื่อให้ ครม.เป็นผู้ตัดสินใจ โดยกำหนดทางเลือกในการพิจารณา 10 ประเด็น แต่มีประเด็นที่สำคัญๆ คือ โครงการนี้จะทำหรือไม่ทำ ถ้าทำมีข้อดีอย่างไร มีข้อเสียอย่างไร และหากไม่ทำมีข้อดีอย่างไรและข้อเสียอย่างไร ซึ่ง สศช.คงให้ความเห็นได้ไม่มากกว่านี้ ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรเป็นหน้าที่ของ ครม.

 ด้านแหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีความเห็นว่า โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน มูลค่ากว่า 5.7 หมื่นล้านบาท ที่กระทรวงคมนาคมเสนอเป็นราคาที่สูงเกินไป หากจัดหาด้วยวิธีการซื้อเฉพาะค่ารถราคาไม่น่าจะเกิน 1.2 หมื่นล้านบาท เมื่อบวกกับค่าซ่อมบำรุง ค่าดอกเบี้ย และค่าบริหารอื่นๆ รวมกำไรจะอยู่ประมาณ 1 ต่อ 5 เท่าของมูลค่าจะมีราคาสูงสุดไม่เกิน 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งถูกกว่าโครงการเช่ารถเมล์ที่กระทรวงคมนาคมเสนอเกือบ 2 หมื่นล้านบาท

 “สาเหตุสำคัญที่นายอภิสิทธิ์ต้องการให้ สศช.ศึกษา เพราะต้องการจัดหารถเมล์ด้วยวิธีการซื้อ ที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวยังไม่ผ่านความเห็นของ สศช.จึงไม่สามารถจัดหาด้วยวิธีการซื้อได้ เมื่อ สศช.พิจารณาในประเด็นนี้แล้ว มีความเป็นไปได้สูงที่นายอภิสิทธิ์จะตัดสินใจเลือกการจัดหารถเมลล์ด้วยวิธีการซื้อ” แหล่งข่าว กล่าว

 ขณะที่แหล่งข่าวจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า สนข.ได้ส่งข้อมูลข้อมูลเพิ่มเติมในโครงการดังกล่าวให้ สศช. เช่น เส้นทางเดินรถ ปริมาณผู้โดยสาร และรายได้จากการให้บริการ โดยในส่วนของเส้นทางเดินรถมีการปรับเพิ่มจาก 145 เส้นทาง เป็น 155 เส้นทาง ให้ครอบคลุมการเดินทางของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนปริมาณผู้โดยสารลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้วันละ 350 คนต่อคัน เป็นวันละ 335 คนต่อคัน และเรื่องของรายได้คาดว่ารถโดยสารโครงการนี้จะมีรายได้วันละ 9,000 บาทต่อคัน ลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะมีรายได้วันละประมาณ 1.1 หมื่นบาทต่อคัน