ข่าว

ปปป.อายัดตัว ‘พระครูชนแดน’ คดีฟอกเงิน

ปปป.อายัดตัว ‘พระครูชนแดน’ คดีฟอกเงิน

30 พ.ย. 2560

อายัดตัวหลังศาลให้ประกัน ‘กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี’ นำตัวมาสอบคดีทุจริตเงินทอนวัด ‘พระครูกิตติพัชรคุณ’ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา


               30 พ.ย. 60  จากกรณีเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้จับกุมตัว พระครูกิตติพัชรคุณ หรือ พระครูชนแดน หรือ นายสมเกียรติ ขันทอง อายุ 53 ปี เจ้าอาวาสวัดลาดแค เจ้าคณะอำเภอชนแดน อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ.2596/2560 ลงวันที่ 27 พ.ย. 2560 ในข้อหา “กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” โดยจับกุมได้ที่วัดลาดแค ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 24 ก.ย. พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. ได้นำกำลังเดินทางไปที่วัดลาดแค เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับพระครูกิตติพัชรคุณ ในฐานความผิดคดีทุจริตเงินทอนวัด แต่ครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ไม่พบตัว

               ล่าสุด พล.ต.ต.กมล เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีเงินทอนวัดว่า กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้ดำเนินการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแคว และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ อายุ 53 ปี มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินทอนวัด จำนวน 12 คดี 12 วัด ความเสียหาย 28 ล้านบาท ซึ่งได้มีการสรุปสำนวนคดีส่งไปให้ ป.ป.ช. โดยมี 2 คดีที่ทาง ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องต่อไปให้ ปปง. จากนั้นทาง ปปง. ได้เข้าร้องทุกข์กับตำรวจในคดีการทุจริต เจ้าหน้าที่จึงได้ไปขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ออกหมายจับพระครูกิตติพัชรคุณ ในคดีฟอกเงิน ซึ่งศาลได้ออกหมายจับข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เลขที่ จ.29/2560 ลงวันที่ 30 พ.ย. 2560

               “ผมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอายัดตัวพระครูกิตติพัชรคุณ หลังจากศาลอาญาอนุญาตประกันตัวในคดีของ บก.ป. เพื่อที่ทาง ปปป. จะนำตัวมาสืบสวนในคดีฟอกเงินทุจริตโกงเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนา พร้อมคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน โดยภายหลังการสอบสวนพระครูกิตติพัชรคุณ เบื้องต้น ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งนี้ ในวันที่ 1 ธ.ค. เวลา 08.30 น. ทางเจ้าหน้าที่จะนำพระครูกิตติพัชรคุณ ไปฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไป”

               สำหรับคดีทุจริตที่เกิดขึ้นตำรวจ ปปป. ได้ตรวจสอบแล้วพบการทุจริตเกิดขึ้นที่วัดหลายแห่ง โดยรอบแรกเป็นการทุจริตงบอุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด 12 วัด ตั้งแต่ปี 2555 - 2559 ความเสียหายประมาณ 60 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 10 ราย ต่อมา บก.ปปป. ลงตรวจสอบรอบที่สอง พบเป็นการทุจริตงบอุดหนุน 3 ประเภท คือ 1. อุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด 2. อุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ 3. อุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรม แผนกบาลี จำนวน 23 วัด ตั้งแต่ปี 2555 - 2560 ความเสียหายประมาณ 140 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 19 ราย