ข่าว

สกัดเข้มปั๊มขายน้ำมันผสมโซลเวนท์

สกัดเข้มปั๊มขายน้ำมันผสมโซลเวนท์

29 ก.ย. 2552

5 หน่วยงานเอาจริง สกัดผู้ค้านำสารโซลเวนท์ผสมน้ำมันขายให้ลูกค้า สร้างปัญหาให้เครื่องยนต์ พร้อมควบคุมรถขนย้ายสารดังกล่าว ชี้หากออกนอกเส้นทางจับกุมได้ พลังงานเผยช่วงงบประมาณปี 2552 จับกุมผู้ทำผิด 245 ราย

 นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวร่วมกับผู้บริหาร 5 หน่วยงาน ได้แก่ กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันปิโตรเลียม ระบุว่า จากปัญหาสถานีบริการบางแห่งมีการนำสารโซลเวนท์ หรือทินเนอร์ ที่มีคุณสมบัติคล้ายน้ำมัน มาผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่จำหน่าย จนทำให้เครื่องยนต์ของประชาชนได้รับความเสียหาย จึงต้องมีการตรวจสอบสถานที่เก็บน้ำมันดีเซลหมุนเร็วขนาดตั้งแต่ 5 หมื่นลิตรขึ้นไป

 พร้อมทั้งต้องมีการควบคุมขนย้ายสารโซลเวนท์จากโรงงานอุตสาหกรรมไปตามเส้นทางที่ต้องใช้ทินเนอร์ เช่น โรงงานเฟอร์นิเจอร์ โรงงานผลิตสี หากรถขนย้ายออกนอกเส้นทางสามารถตรวจสอบและจับกุมได้ รวมถึงการดำเนินคดีเมื่อขออนุญาตใช้สารโซลเวนท์ แล้วนำบางส่วนขายให้แก่สถานีบริการน้ำมันเพื่อผสมกับน้ำมันชนิดต่างๆ รวมถึงการลักลอบนำเข้าน้ำมันหนีภาษี เมื่อราคาน้ำมันในประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้รัฐบาลมีรายได้น้อยลง โดยมีกองทัพมดของชาวบ้านขนน้ำมันจากมาเลเซีย หรือการดัดแปลงถังน้ำมันรถยนต์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อนำน้ำมันเข้ามาขายในประเทศ หรือการส่งออกน้ำมันเพื่อแจ้งส่งออกและขอคืนภาษีแล้วแล่นเรือออกทะเลไปถึงกลางทะเลก็แล่นกลับมาขายน้ำมันในประเทศ

 นายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ในช่วงงบประมาณปี 2552 ได้ตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 5,591 ราย 10,095 ตัวอย่าง พบการกระทำผิด 245 ราย 266 ตัวอย่าง เนื่องจากสถานีบริการน้ำมัน 1.89 หมื่นแห่งทั่วประเทศ เป็นของผู้ค้ารายใหญ่มาตรา 7 เช่น ปตท. เอสโซ่ เชลล์ จำนวน 4,000 แห่ง แต่อีกจำนวน 1.4 หมื่นแห่ง เป็นสถานีบริการน้ำมันขนาดเล็กทั่วไป ความผิดคือ สถานีบริการบางแห่งนำน้ำมันดีเซลบี 5 ไปผสมกับบี 2 เพื่อขาย ให้ได้รายได้มากขึ้น แต่ผู้ใช้รถเป็นผู้เสียประโยชน์จากการใช้สารโซลเวนท์ผสมกับน้ำมัน จึงเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการเติมน้ำมันจากสถานีบริการต่างๆ