ข่าว

คลังเล็ง "พัก-ยืดหนี้"อุ้มเอสเอ็มอีสั่งสศค.เร่งสรุป

คลังเล็ง "พัก-ยืดหนี้"อุ้มเอสเอ็มอีสั่งสศค.เร่งสรุป

29 ก.ย. 2552

คลังเดินหน้าอุ้มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สั่ง สศค.วางแผนช่วยเหลือลูกหนี้เอสเอ็มอีแบงก์ที่มีปัญหา ทั้งพักชำระหนี้ ยืดเวลาการชำระหนี้ คาดได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า ปลื้มปล่อยกู้ฟาสต์แทร็กได้ผล คนแห่กู้กันเพียบ

 นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พิจารณารายละเอียดในการช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ ที่ประสบปัญหา โดยอาจจัดทำโครงการพักชำระหนี้ หรือผ่อนผันยืดเวลาการชำระหนี้ออกไป รวมถึงการให้สินเชื่อใหม่ คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า

 “สศค.กำลังดูวิธีการพักชำระหนี้ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งผมก็เร่งให้ดำเนินการโดยเร็ว เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจในขณะนี้” นายประดิษฐ์ กล่าว

 อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังมีการมาตรการช่วยเหลือเอสเอ็มอีมาแล้วหลายส่วน ทั้งการเพิ่มเพดานสำหรับการเสียภาษีจากรายได้ไม่เกิน 1.2 ล้านบาท มาเป็น 1.8 ล้านบาท อีกทั้งยังได้ให้บรรษัทประกันขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์ให้มากขึ้น ขณะที่การปล่อยกู้ในโครงการฟาสต์แทร็กนั้น พบว่าเริ่มมีเอสเอ็มอีเข้ามาติดต่อขอกู้เงินกับสถาบันการเงินของรัฐมากขึ้น

 “การปล่อยกู้โครงการฟาสต์แทร็กขณะนี้ถือว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ หลังจากทำการทำประชาสัมพันธ์ออกไป ทำให้ประชาชนมีความเข้าใจและสนใจเข้ามาขอกู้มากขึ้น โดยเฉพาะธนาคารออมสินมีลูกค้าเข้ามาขอกู้เฉลี่ยรายละ 5 หมื่น-1 แสนบาท ทำให้ยอดการปล่อยกู้เพิ่มขึ้นมาก เชื่อว่าภาพรวมของโครงการสิ้นปีนี้น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยภายในสัปดาห์นี้จะรวบรวมผลของทุกแบงก์เพื่อประเมินผลอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง” นายประดิษฐ์ กล่าวและว่า นอกจากนี้ยังขอให้ธนาคารพาณิชย์รับพิจารณาช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่เป็นผู้รับเหมาด้วย เพราะหลังจากมีโครงการไทยเข้มแข็งเชื่อว่าจะมีผู้ประกอบการที่ต้องการสภาพคล่องไว้ใช้หมุนเวียนในธุรกิจมากขึ้น

 ด้านนายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ยอดสินเชื่อฟาสต์แทร็กของธนาคารเป็นไปตามเป้าหมายแล้ว ส่งผลให้สินเชื่อรวมของธนาคารทะลุ 2.5 แสนล้านบาทแล้ว ทั้งนี้ ด้วยกลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อในโครงการธนาคารประชาชนแบบเข้าถึงลูกค้า และผ่อนปรนหลักเกณฑ์การขอสินเชื่อ ทำให้ยอดสินเชื่อขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว

 ทั้งนี้คณะกรรมการขับเคลื่อนธนาคารพาณิชย์เฉพาะกิจในการอำนวยสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจปี 2552 ได้เพิ่มเป้าหมายสินเชื่อให้แก่ธนาคารพาณิชย์เฉพาะกิจในปีนี้อีกจำนวน 301,500 ล้านบาท รวมเป้าหมายสินเชื่อทั้งปีเป็น 927,000 ล้านบาท โดยเริ่มโครงการดังกล่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา